ข่าวการศึกษา

สั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ

ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมองค์กรหลัก ครั้งที่ 12/2560 เมื่อวันอังคารที่ 21 มีนาคม 2560 ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม รวมทั้ง พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ และ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมประชุม

ดร.กมล รอดคล้าย กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ ในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

เครื่องแบบลูกเสือ นายกรัฐมนตรีเห็นว่าการเรียนลูกเสือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นการฝึกวินัยให้กับเด็กนักเรียน ซึ่งที่ผ่านมาเด็กที่ยากจนหากไม่มีชุดลูกเสือ อาจใช้เฉพาะผ้าพันคอลูกเสือก็ได้ แต่นายกรัฐมนตรีเห็นว่าเมื่อบังคับให้เด็กทุกคนได้เรียนวิชาลูกเสือแล้ว ควรจะต้องให้เด็กได้รับการอุดหนุนเครื่องแบบลูกเสือในรายการเรียนฟรี ในหมวดเครื่องแบบนักเรียนด้วย

 

การป้องกันเหตุฉุกเฉินในช่วงเดือนเมษายน  โดยกระทรวงศึกษาธิการจะมีหนังสือแจ้งกำชับหน่วยงานและสถานศึกษาทุกแห่ง ให้กวดขัน ตรวจตรา เฝ้าระวัง จัดระบบเวรยาม และระบบสื่อสาร ในการป้องกันเหตุฉุกเฉินอัคคีภัย วาตภัย และโจรกรรมในช่วงดังกล่าว หากเกิดเหตุ ให้รายงานตรงถึงผู้บังคับบัญชา รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในโอกาสแรกที่ทำได้ทันที

 

ค่าเช่าที่ธรณีสงฆ์  ซึ่งได้รับเรื่องร้องเรียนจากโรงเรียนทุกสังกัดว่าสถานที่ตั้งของโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณวัด โดยปกติจะเสียค่าเช่าที่ให้วัดอยู่แล้ว แต่เมื่ออัตราค่าเช่าสูงขึ้นทุก ๆ ปี ก็ส่งผลกระทบโดยตรงกับโรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชน กระทรวงศึกษาธิการจึงจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาและแบ่งเบาภาระของโรงเรียน โดยขอให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จัดเตรียมและรวบรวมข้อมูลผลกระทบของทุกโรงเรียนทุกสังกัด เพื่อนำไปพิจารณาหารือร่วมกันต่อไป

 

การทบทวนความเหมาะสมทางกฎหมาย  คาดว่าในช่วงเดือนเมษายนนี้ อาจมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บังคับใช้ ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย คือ มาตรา 77 “รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็น และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิต หรือการประกอบอาชีพโดยไม่ชักช้าเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน และดำเนินการให้ประชาชน เข้าถึงตัวบทกฎหมายต่าง ๆ ได้โดยสะดวกและสามารถเข้าใจกฎหมายได้ง่ายเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง”  ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการจึงต้องให้ความสำคัญในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ทั้งกฎหมายหลัก เช่น ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579 และกฎหมายรอง เช่น กองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา โดยจะดำเนินการที่เกี่ยวข้องใน 2 ส่วน คือ 1) เปิดให้มีการรับฟังความเห็นการยกร่างกฎหมายต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง โดยจะเผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ 2) แผนศึกษาผลกระทบกฎหมายนั้น ๆ จากทุกภาคส่วน

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวเพิ่มเติมถึงข้อปรารภของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเห็นว่าการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ แต่เมื่อพิจารณาจากผลการทดสอบ O-NET ที่เป็นตัวชี้วัดคุณภาพการศึกษาที่สำคัญของไทยย้อนหลัง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีคะแนนคงที่ ไม่ได้เพิ่มสูงขึ้น จึงมอบให้กระทรวงศึกษาธิการหาแนวทางการยกระดับคุณภาพการศึกษา ซึ่งจากการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าจะไม่ดำเนินการด้วยวิธีการแบบเดิม ๆ ที่เป็นภาพกว้างเกินไปและไม่ได้ผล แต่จะให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติฯ (สทศ.) ซึ่งเป็นผู้จัดสอบ ได้สรุปรวบรวมข้อมูลผลการทดสอบ O-NET ระดับชั้น ม.6 ปีการศึกษา 2559 ทั้งระดับชาติ ระดับจังหวัด ไปจนถึงรายโรงเรียน เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูลว่าพื้นที่ใดมีปัญหา หรือพื้นที่ใดมีคะแนนสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เพื่อนำไปเป็นแนวทางแก้ไขหรือส่งเสริมพัฒนาได้ตรงจุดตามแต่ละพื้นที่ ซึ่งรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้ พร้อมทั้งจะไปติดตามกำกับดูแลร่วมกับหน่วยงาน เช่น คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด และสถานศึกษาในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศต่อไป

ที่มา : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

แสดงความคิดเห็นบน Facebook

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

Back to top button
Don`t copy text!