ข่าวการศึกษา

มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา

ผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ คือ พิจารณาการเสนอขอตั้งกรมการฝึกหัดครู, อนุมัติร่างแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการดำเนินการทางวินัยแก่ผู้ที่พ้นจากราชการ, อนุมัติการจัดทำเอกสารโครงการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวิทยาศาสตร์กับฮังการี, อนุมัติร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ

● เรื่องที่นายกรัฐมนตรีสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก เมื่อบ่ายวันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์นั้น รมว.ศึกษาธิการ ได้แจ้งเรื่องการประชุมคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการว่า นายกรัฐมนตรีมีดำริให้กระทรวงศึกษาธิการทบทวนในเรื่องของกรมการฝึกหัดครู ซึ่งในอดีตดำเนินการได้ดีมาก สามารถผลิตครูที่ดีและมีคุณภาพ

กระทรวงศึกษาธิการจึงมอบให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) หารือร่วมกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เพื่อพิจารณาการเสนอขอตั้งกรมการฝึกหัดครูขึ้นมาใหม่ ตลอดจนความเป็นไปได้ของการให้มีหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง ซึ่งปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการมีหลักสูตรการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งคล้ายคลึงกับหลักสูตรการฝึกหัดครูอยู่แล้ว และสอดคล้องกับการจัดสรรงบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการจะมีงบประมาณในส่วนของการพัฒนาครูในรูปแบบ Block Grant (งบประมาณวงเงินรวม) เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการจัดสรรงบประมาณให้ครูนำไปใช้พัฒนาตนเองต่อไป

นอกจากนี้ รัฐบาลจะได้ประกาศพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560ซึ่งเป็น พ.ร.บ.ฉบับใหม่แทนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุที่ใช้กันมานาน ซึ่งจะมีความเข้มงวดและมีขั้นตอนยุ่งยากมากขึ้น แต่จะก่อให้เกิดความโปร่งใสสูง สามารถตรวจสอบได้ทุกระดับ ทั้งนี้คาดว่าจะมีผลบังคับภายในเดือนสิงหาคม 2560

รมว.ศึกษาธิการ จึงขอให้ทุกหน่วยงานศึกษาและทำความเข้าใจในรายละเอียด พร้อมมอบปลัดกระทรวงศึกษาธิการจัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งผู้ปฏิบัติงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมดด้วย

● อนุมัติร่างแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการดำเนินการทางวินัยแก่ผู้ที่พ้นจากราชการ

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติ จำนวน 5 ฉบับ ประกอบด้วย

1. ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. 2. ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. 3. ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..)
พ.ศ. …. 4. ร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. 5. ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ
พลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
ตามที่สำนักงาน ก.พ. เสนอ

สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ จำนวน 5 ฉบับ เป็นการแก้ไขหลักเกณฑ์การดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงกับข้าราชการพลเรือน ข้าราชการรัฐสภา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการตำรวจ และข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา โดยหน่วยงานต้นสังกัดสามารถดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการในสังกัดที่พ้นจากราชการไปแล้วก็ได้ หากความผิดอันเป็นมูลเหตุแห่งการกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรงนั้นเกิดขึ้นระหว่างที่ผู้ถูกกล่าวหามีสภาพเป็นข้าราชการ แต่ได้กำหนดเงื่อนเวลาให้ผู้มีอำนาจดำเนินการทางวินัยต้องเริ่มดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากราชการ และกรณีที่จะสั่งลงโทษต้องดำเนินการภายใน 3 ปี นับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากราชการ

นอกจากนี้ ยังเป็นการกำหนดกรณีการดำเนินการทางวินัยตามที่องค์กรตรวจสอบการทุจริต ซึ่งได้แก่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือคณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติชี้มูลความผิดให้สามารถดำเนินการทางวินัยและสั่งลงโทษตามที่มีมติชี้มูลความผิดได้ แม้ผู้นั้นจะพ้นจากราชการไปแล้ว โดยไม่นำเงื่อนเวลาในการสอบสวนและเงื่อนไขการสั่งลงโทษดังกล่าวมาใช้บังคับ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ข้าราชการประเภทต่าง ๆ และเพื่อให้การชี้มูลความผิดวินัยขององค์กรตรวจสอบการทุจริตสามารถลงโทษทางวินัยแก่ข้าราชการตามที่ชี้มูลได้

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม/ที่มา  : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

แสดงความคิดเห็นบน Facebook

แท็ก


Back to top button
Don`t copy text!