หน้าแรก ข่าวการศึกษา การวางแผนพัฒน...

    การวางแผนพัฒนาค่ายลูกเสือทั่วประเทศ

    201
    แบ่งปัน

    พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการวางแผนพัฒนาค่ายลูกเสือทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 จัดโดยสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม 2559 ณ โรงแรมรอแยล เบญจา โดยมีนายชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการและเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ, นายเดช วรเจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้

    นายชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ ในฐานะเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กล่าวรายงานถึงการจัดประชุมในครั้งนี้ว่า ค่ายลูกเสือเป็นแหล่งเรียนรู้ และสถานที่สำหรับจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด และบุคลากรทางการลูกเสือมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันค่ายลูกเสือหลายแห่งมีสภาพชำรุดทรุดโทรม และไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง จึงได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ เพื่อร่วมกันวางแผนพัฒนาค่ายลูกเสือทั่วประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีผู้รับผิดชอบค่ายลูกเสือ ผู้รับผิดชอบโครงการในสำนักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาทั่วประเทศ รวมทั้งเจ้าของและผู้จัดการค่ายลูกเสือเอกชน จำนวน 65 คน เข้าร่วมประชุม

    พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิกา กล่าวว่า ในการประชุมในครั้งนี้ได้ขอให้ทุกคนที่เข้าร่วมประชุมแนะนำตัว พร้อมทั้งกล่าวถึงศักยภาพของค่ายลูกเสือแต่ละแห่งที่ตนเองรับผิดชอบดูแล ซึ่งถือเป็นการเรียนรู้ด้วยวิธีลัดที่ทำให้ได้รับทราบข้อมูลของความรับผิดชอบค่ายลูกเสือที่มีความแตกต่างกันทั้ง 65 ค่ายทั่วประเทศ พร้อมทั้งได้ฝากแนวทางการพัฒนาค่ายลูกเสือ ดังนี้

    • การวางแผนพัฒนาค่ายลูกเสือ  ต้องคำนึงถึงลูกค้าซึ่งเป็นเด็กและเยาวชนในพื้นที่ที่เข้ามาใช้บริการ มีการจัดทำข้อมูลเพื่อวางแผนพัฒนาค่าย จัดวางระบบการใช้งานและการดูแลบำรุงรักษา โดยคำนวณว่าในปีหนึ่งๆ จะใช้ค่ายกี่วัน และวันที่ไม่ได้ใช้งานจะมีการปรับปรุงสภาพค่ายส่วนใดอย่างไร เพื่อรักษาสภาพของค่ายให้พร้อมรับการบริการได้อย่างมีมาตรฐาน ซึ่งในค่ายที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ อาจวางแผนการพัฒนาค่ายเป็นระยะๆ (Phase)

    • ระบบความปลอดภัย  ถือเป็นหัวใจสำคัญของการจัดทำค่าย ที่จะต้องให้ผู้เข้าค่ายมีความปลอดภัย โดยในการจัดค่ายขอให้มีครูพยาบาลในการดูแลรักษาพยาบาลขั้นต้นไว้ด้วย

    • งบประมาณในการพัฒนาค่ายลูกเสือ  ในจำนวน 65 ค่ายลูกเสือทั่วประเทศ มี 15 ค่ายที่ตั้งอยู่ภายในที่ดินของสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ส่วนที่เหลือเป็นที่ราชพัสดุหรือจังหวัด ซึ่งบางแห่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากจังหวัดด้วย เช่น ชัยนาท พิจิตร จึงขอให้วางแผนบริหารงบประมาณไม่ให้เป็นไปในลักษณะเบี้ยหัวแตก ส่วนค่ายลูกเสือใดที่มีความจำเป็นต้องขอรับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมจากภาครัฐ ขอให้จัดทำแผนพัฒนาให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว และหากจำเป็นที่จะต้องขอรับงบประมาณสนับสนุนเพิ่มเติมจากหน่วยงานอื่น เช่น เงินจากกองสลากฯ ก็จะได้หารือต่อไป

    • บุคลากรที่รับผิดชอบพัฒนาค่ายลูกเสือ  จากการสอบถามในครั้งนี้ พบว่ามีผู้ดูแลรับผิดชอบค่ายลูกเสือที่หลากหลาย คือ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา, ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา, ผู้บริหารโรงเรียน, รองผู้บริหารโรงเรียน, ผู้อำนวยการค่ายลูกเสือ, นักวิชาการศึกษา แม้แต่ข้าราชการบำนาญ จึงควรวางระบบในการให้บุคลากรที่มีความเหมาะสมในพื้นที่รับผิดชอบดูแลค่ายอย่างต่อเนื่อง

    • การซ่อมแซมค่ายลูกเสือที่ชำรุดทรุดโทรม  ขอให้วางแผนการซ่อมแซมที่คิดใหญ่ มองการพัฒนาไปข้างหน้า อย่าวางแผนซ่อมแซมตามงบประมาณที่ได้รับเท่านั้น

    รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวให้ความสนใจในเรื่องกิจการลูกเสือเป็นอย่างมาก และจากการรับฟังช่วงเวลาสั้นๆ ในครั้งนี้ ยิ่งทำให้ได้รับในสิ่งที่คิดว่าตัวเองต้องทำอะไรๆ เพื่อกิจการลูกเสือให้มากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะลูกเสือช่วยสร้างวินัยให้แก่คนในชาติ ซึ่งระยะเวลาที่ผ่านมาก็ได้มีส่วนสนับสนุนกิจการลูกเสือมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันให้องค์การค้าของ สกสค. ดำเนินการเรียกเก็บเงินค่าลิขสิทธิ์เครื่องหมายลูกเสือ ซึ่งสำนักงานลูกเสือแห่งชาติเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เพื่อให้สามารถนำเงินค่าลิขสิทธิ์ดังกล่าวมาปรับปรุงพัฒนาค่ายลูกเสือทั่วประเทศให้ได้รับการพัฒนามากขึ้นด้วย

    ที่มา : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

    -คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ รอความเห็นอื่นก่อน แล้วแสดงความคิดเห็นได้เลย-