ข่าวการศึกษา

จดหมายเปิดผนึกถึง นายกรัฐมนตรี เรื่องนโยบายด้านการศึกษา โดย ดร.รัชชัยย์ ศรสุวรรณ

จดหมายเปิดผนึก ถึง นายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 2

เรื่อง นโยบายด้านการศึกษา

กราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ที่เคารพอย่างสูง

ด้วยกระผมนายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย( ส.บ.ม.ท.) ขอเรียนว่าสมาคมนี้ก่อตั้งมาเป็นเวลาร่วม ๔๘ ปี โดยหม่อมหลวงปิ่นมาลากุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ริเริ่มดำริให้เกิดองค์กรกลางในการร่วมยกระดับคุณภาพมัธยมศึกษาและ ดร.ก่อ สวัสดิพาณิชย์ อดีตอธิบดีกรมวิสามัญศึกษาได้สานต่อเจตนารมณ์โดยได้จัดตั้งสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทยขึ้นมามีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอความคิดเห็นต่อกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องการพิจารณาคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลโดยมีคุณหญิงบุญเลื่อนเครือตราชู เป็นนายกสมาคมคนแรก

โดยส่วนตัวแล้วกระผมรู้สึกยินดีที่ ฯพณฯ ได้รับความไว้วางใจให้เป็นนายกรัฐมนตรีและได้มีโอกาสสานงานต่อจากงานเดิมที่ฯพณฯได้เคยวางแผนงานไว้และขอแสดงความยินดีที่นโยบายของรัฐบาลได้ผ่านการพิจารณาจากรัฐสภาไปด้วยดีอย่างไรก็ตามในส่วนของกระผมซึ่งถือว่าเป็นภาคประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาก็ขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเสนอแนะรัฐบาลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนโยบายทางการศึกษาดังนี้

​๑. ฯพณฯ เป็นผลผลิตทางการศึกษาที่ดีและเป็นตัวอย่างที่ดีที่สามารถยกย่องได้เพราะ ฯพณฯ เป็นผู้ประสบความสำเร็จในการเรียนในระบบที่สามารถไปศึกษาต่อโรงเรียนเตรียมทหารและต่อเนื่องจนกระทั่งเรียนจบจากโรงเรียนนายร้อย จปร. และ ฯพณฯ ยังได้สร้างคุณูปการให้กับประเทศด้วยการดำเนินการระงับยับยั้งมิให้เกิดสงครามกลางเมืองจนชาติบ้านเมืองดำรงอยู่อย่างสงบสุขจนทุกวันนี้

​๒. หน่วยงานและบุคคลสำคัญที่สร้างให้ ฯพณฯ เป็นบุคคลที่มีคุณภาพเช่นนี้ย่อมประกอบด้วยสถานศึกษาทั้งระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาและระดับที่สูงขึ้นไปและยังหมายความรวมถึงคุณครูที่อบรมสั่งสอน ฯพณฯ ทั้งในระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาและระดับที่สูงขึ้นไปที่สอนให้ ฯพณฯ เป็นคนเก่ง เป็นคนดี มีจิตสาธารณะ จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

๓. หลักสูตรที่ ฯพณฯ ร่ำเรียนในขณะนั้นคือหลักสูตรการศึกษา ปี พ.ศ. ๒๔๙๓ /พ.ศ. ๒๔๙๕ และหลักสูตร พ.ศ. ๒๕๐๓

​๔. หลักสูตรที่ ฯพณฯ ได้ศึกษารวมถึงคุณครูที่สอนให้ฯพณฯเป็นคนเก่งและเป็นคนดีนั้นล้วนแล้วแต่มีเจตนารมณ์และกำหนดหน้าที่ในการสอนให้รู้ สอนให้เก่งและอบรมให้เป็นคนดี ถ้า ฯพณฯ มีโอกาสค้นดูหลักสูตรเดิมๆ รวมถึงมีโอกาสสอบถามคุณครูเก่าๆ ที่เคยสอน ฯพณฯ จะพบว่าคุณครูทุกท่านที่เคยสอน ฯพณฯ ไม่ต้องทิ้งห้องเรียนไปเตรียมเอกสารหลักฐานเพื่อรายงานหรือบรรจุลงในแผนการสอนในเรื่องเกี่ยวกับโครงการต่างๆเช่นโรงเรียนในฝัน/โรงเรียนดีใกล้บ้าน/โรงเรียนสุจริต/โรงเรียนมาตรฐานสากล/โรงเรียนผู้นำเศรษฐกิจพอเพียง/โรงเรียนสีขาว/โรงเรียนประชารัฐ โรงเรียนต้นแบบการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ฯลฯ และทำรายงานกิจกรรม การทำ PLC การทำ LOGBOOK เป็นต้น

​๕. ในส่วนของการวัดการประเมินผลตามหลักสูตรการศึกษาที่ ฯพณฯ ร่ำเรียนนั้นในแต่ละภาคเรียนก็จะมีสอบซ้อมหนึ่งครั้งและสอบไล่อีกหนึ่งครั้งโดยไม่มีการสอบ LAS / ONET / NT/ GAT/PAT /PIZZA

​๖. กระผมขอกราบเรียนว่าโครงการต่างๆที่เข้าสู่โรงเรียนในปัจจุบันมากมายรวมถึงการสอบที่หลากหลายนั้น ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อคุณภาพการจัดการศึกษาการเรียนการสอน ทำให้ครูต้องทิ้งห้องเรียนทิ้งนักเรียนเพื่อไปจัดเตรียมและจัดทำเอกสาร โดยเรื่องเหล่านี้ได้มีการแจ้งให้ผู้มีอำนาจของกระทรวงศึกษาธิการที่ ฯพณฯ ได้ส่งมาดูแลจัดการศึกษาและมีการรับทราบแล้วแต่ก็ไม่มีความจริงใจที่จะจัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ปล่อยให้มีการดำเนินการต่อไปจนคุณภาพการศึกษาตกต่ำอย่างเห็นได้ชัด

​๗. การบริหารจัดการศึกษาในยุครัฐบาลของ ฯพณฯ นั้นได้มีการปล่อยปละละเลยในเรื่องที่สำคัญและได้กระทำการในเรื่องที่ไม่ควรกระทำการหลายประการส่งผลให้การศึกษาตกต่ำที่สุดอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนดังนี้

​​๗.๑ ปล่อยปละละเลยให้โรงเรียนว่างเว้นจากผู้อำนวยการโรงเรียนและรองผู้อำนวยการโรงเรียนรวมทั้งสิ้นร่วมหมื่นอัตราเป็นเวลานานถึงสองปีทั้งๆที่อัตรากำลังก็มีพร้อมแต่ไม่ยอมดำเนินการจัดสรรอัตรากำลังให้กับโรงเรียน ถือว่าเป็นข้อบกพร่องอย่างยิ่ง โรงเรียนที่ขาดผู้นำถึงสองปีนั้นย่อมก่อให้เกิดความเสียหายต่อนักเรียนอย่างมากมาย

​ ๗.๒ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ มีทัศนคติทางลบต่อผู้ใต้บังคับบัญชามองว่าผู้ใต้บังคับบัญชาส่วนใหญ่เป็นคนทุจริตจนถึงขั้นส่งเจ้าหน้าที่จาก ปปช. จังหวัด ให้ไปอยู่ประจำโรงเรียนเพื่อจับผิด ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาขาดความเคารพและขาดศรัทธา กระผมอยากทราบว่ามีกระทรวงไหนหรือประเทศไหนบ้างที่กระทำเยี่ยงนี้ทั้งๆที่ปัญหาเรื่องการทุจริตรายใหญ่ที่กระทบกับงบประมาณที่สูงมากของประเทศล้วนแล้วแต่กระจุกอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการทั้งนั้น

​​๗.๓ ผู้บริหารระดับสูงที่ ฯพณฯ มอบหมายให้มาดูแลจัดการศึกษานั้นมีความเห็นว่าควรมีเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาให้ครบทุกจังหวัดเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องความไม่สะดวกในการเดินทางและการไม่เท่าเทียมกันทางการศึกษาจึงได้เสนอเรื่องต่อสภาการศึกษาให้เป็นผู้พิจารณาจัดตั้งเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพิ่มเติมให้ครบทุกจังหวัด เมื่อสภาการศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่าการเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาให้ครบทุกจังหวัดนั้นมีความจำเป็น ทั้งยังไม่เป็นการเพิ่มคน เพิ่มเงิน เพิ่มอาคารสถานที่จึงมีมติเห็นชอบให้มีการเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาให้ครบทุกจังหวัดได้ โดยเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการร่างประกาศเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษาให้ครบทุกจังหวัดเพื่อเสนอผู้มีอำนาจให้ลงนามในประกาศดังกล่าวแล้ว แต่กลับมีการดำเนินการให้มีการซุกเรื่องซุกร่างประกาศดังกล่าวเป็นเวลาหลายปี ความเพิ่งมาแตกเมื่อรัฐบาลของ ฯพณฯ ชุดแรกกำลังหมดวาระ จนปัจจุบันก็ยังไม่มีการประกาศเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาให้ครบทุกจังหวัด การกระทำเช่นนี้จะต้องมีผู้ที่รับผิดชอบในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทำให้ราชการหรือผู้มีส่วนได้เสียได้รับความเสียหาย

​​๗.๔ ฯพณฯ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งกลุ่มบุคคลหลายคนที่ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์บ้าง อาชีพอื่นที่ไม่ใช่อาชีพครูและไม่มีความรู้ด้านการจัดการศึกษา ไม่มีประสบการณ์ในเรื่องการสอนหรือการบริหารจัดการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เป็นผู้ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษาและยังให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวร่างกฎหมายการศึกษาโดยขาดการมีส่วนร่วมจากข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา มีการหมกเม็ดบางเรื่องที่ตัดโอกาสและตัดสิทธิประโยชน์ทางการศึกษาที่ข้าราชการครูพึงได้รับไว้ในกฎหมายการศึกษาที่กลุ่มพวกตนได้ร่างไว้ แต่กลับบัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาลให้บุคคลกลุ่มนี้กลับเข้ามามีอำนาจต่อไปหลังจากมีรัฐบาลใหม่ นอกจากนี้ยังไม่มีการนำร่างกฎหมายทั้งฉบับดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการประชาพิจารณ์ที่ถูกต้องและเหมาะสมแต่มีความพยายามนำร่างกฎหมายการศึกษาที่ไม่ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ประกาศใช้เป็นพระราชกำหนดทั้งๆที่เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างเห็นได้ชัด

​​๗.๕ กระผมขอกราบเรียนถาม ฯพณฯ ว่าหากต่อไปมีปัญหาสำคัญและมีความจำเป็นที่จะต้องมีการปฏิรูปกองทัพ ฯพณฯ จะแต่งตั้งบรรดานายแพทย์ทั้งหลายเหล่านี้เป็นกรรมการปฏิรูปกองทัพโดยตัดไม่ให้บรรดาแม่ทัพนายกองเป็นคณะกรรมการปฏิรูปด้วยหรือไม่และจะประสบความสำเร็จหรือไม่

​​๗.๖ ฯพณฯ ได้ใช้อำนาจตามมาตรา๔๔ สั่งให้ยกเลิก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาโดยอ้างเหตุผลว่ามีการทุจริตในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการครูและ ฯพณฯ ก็ยังได้ออกกฎหมายให้มีคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดทำหน้าที่ในเรื่องการบริหารงานบุคคลแทนโดยไม่ให้มีผู้แทนครูในองค์คณะดังกล่าว กระผมขอกราบเรียนถาม ฯพณฯ ว่าบัดนี้เวลาได้ล่วงเลยมานานหลายปีแล้ว ฯพณฯ ได้ตัวผู้กระทำผิดในเรื่องดังกล่าวมาลงโทษสักรายหรือไม่ ที่สำคัญคือการที่ ฯพณฯ แต่งตั้งองค์คณะบุคคลพิจารณาเรื่องการจัดการศึกษาและการบริหารงานบุคคลในจังหวัดโดยไม่มีข้าราชการครูสักรายหนึ่งร่วมเป็นคณะกรรมการนั้น เป็นการจัดการศึกษาในจังหวัดซึ่งจัดการโดยผู้ที่ไม่รู้ไม่เข้าใจเรื่องการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น จะไปรอดหรือไม่และหากจะมีโอกาสใดโอกาสหนึ่งมีการให้บุคคลภายนอกไปบริหารกองทัพโดยไม่มีทหารร่วมเป็นคณะเลยฯพณฯ คิดว่าตรรกะเช่นนี้ใช้ได้หรือไม่

​​๗.๗ ข้าราชการครูในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาล้วนแล้วแต่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีวัฒนธรรมองค์กรร่วมกัน มีสายสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน วันดีคืนดี ฯพณฯก็ใช้อำนาจตามมาตรา ๔๔ ออกคำสั่งที่ ๑๙ ตัดอำนาจการบริหารงานบุคคลจากผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไปเป็นอำนาจของศึกษาธิการจังหวัดซึ่งเป็นข้าราชการต่างกรมกองกัน ไม่มีนิติสัมพันธ์กัน ไม่มีวัฒนธรรมองค์กรร่วมกัน ขาดความไว้เนื้อเชื่อใจกัน อย่างนี้ก็ทำได้ด้วยใช่ใหมครับ ทุกวันนี้งานในจังหวัดมีความล่าช้ามากเพราะทำงานซ้ำซ้อน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไม่มีอำนาจบังคับบัญชาผู้ใต้บังคับบัญชาแต่ต้องรับผิดชอบต่อคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาในบังคับบัญชา อย่างนี้แล้วงานจะไปข้างหน้าได้อย่างไร ขณะนี้ก็มีข้อถกเถียงและข้อสงสัยกันในข้อกฎหมายว่าเจ้าหน้าที่บนสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดที่ทำหน้าที่เป็นศึกษานิเทศ แต่ไม่ได้ออกนิเทศโรงเรียนเลยตามหน้าที่อย่างนี้จะกระทบต่อการได้รับเงินวิทยะฐานะหรือไม่

​​๗.๘ มีการออกกฎเกณฑ์ที่เป็นการกดดันข้าราชการครูบรรจุใหม่โดยไม่อนุญาตให้ย้ายเพื่อกลับภูมิลำเนาเป็นระยะเวลาถึงสี่ปีทำให้ข้าราชการครูเหล่านี้ขาดขวัญกำลังใจอย่างยิ่ง ขาดโอกาสในการดูแลบุพการีและครอบครัว กระผมอยากทราบว่าข้าราชการอาชีพอื่นๆต้องอยู่ภายใต้ความกดดันเช่นนี้หรือไม่

​​๗.๙ มีการกำหนดให้มีคูปองครูโดยให้งบประมาณครูคนละหนึ่งหมื่นบาทไปเข้ารับการอบรมกับหลักสูตรตามบริษัทหรือหน่วยงานต่างๆ โดยส่วนใหญ่ใช้เวลาในการอบรมเพียงสองวันหากใครไม่ไปเข้ารับการอบรมก็จะขาดคุณสมบัติในการเลื่อนวิทยะฐานะ โครงการดังกล่าวดูเหมือนดีแต่คุณครูส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นการสิ้นเปลืองอย่างยิ่ง เนื้อหาที่จะต้องไปอบรมก็ไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อวิชาที่ตนเองสอน หากนำเงินดังกล่าวมาจัดสรรให้เขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการสำรวจและพัฒนาจะประหยัดกว่าและตรงตามความต้องการของครูและสถานศึกษามากกว่า อีกทั้งยังมีการวิพากษ์วิจารณ์กันในเรื่องของความไม่โปร่งใสและส่อไปในทางทุจริตเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยเนื่องจากเป็นการใช้เงินมากมายมหาศาลและมีการออกกฎเกณฑ์บังคับให้ทุกคนต้องใช้เงินดังกล่าว

​​๗.๑๐ มีการยกเลิกการเลื่อนวิทยฐานะของข้าราชการครูในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผลงานวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา (ว.๑๗) ส่งผลให้คุณครูเสียโอกาสในเรื่องการเลื่อนวิทยะฐานะและเป็นการไม่สนับสนุนการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา การคิดอ่านเช่นนี้ก็ทำได้ด้วยหรือครับ

​ด้วยบรรดาเหตุผลดังกล่าวข้างต้นกระผมจึงขอกราบเรียน ฯพณฯ ขอได้โปรดดำเนินการดังนี้
​๑. ให้คุณครูปฏิบัติหน้าที่สอนและอบรมนักเรียนอย่างเดียวอย่าได้เอาภาระอื่นใดมาเพิ่มให้อีกอย่างเด็ดขาด
​๒. การวัดและการประเมินผลนั้นให้เป็นการสอบของโรงเรียนอย่างเดียวไม่ต้องมีการสอบอื่นๆอีก​
​๓. ดำเนินการให้มีอัตรากำลังทดแทนทันทีที่ขาดแคลนหรือมีอัตราว่าง
​๔. ดำเนินการให้มีเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดให้ครบทุกจังหวัดทันที
​๕. ให้ยุบคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดและให้มี อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาโดยให้มีผู้แทนครูร่วมเป็นคณะกรรมการด้วยในทุกเขต
​๖. ให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๑๙ โดยเร็ว
​๗. ให้แก้หลักเกณฑ์โดยให้มีการประเมินครูบรรจุใหม่ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี และบรรจุเป็นครูทันทีและให้เกิดสิทธิการย้ายได้ทันทีหลังจากผ่านการประเมิน
๘. ให้ยกเลิกคูปองครูแล้วให้นำงบประมาณดังกล่าวมอบให้เขตพื้นที่การศึกษาหรือสถานศึกษาเพื่อใช้ในการพัฒนาบุคคลากรตามความประสงค์ของครูและสถานศึกษาต่อไป
๙. ให้มีการเปิดโอกาสให้คุณครูได้ส่งผลงานวิจัยเชิงปฏิบัติการด้านการเรียนการสอน เพื่อรับการประเมินเพื่อเลื่อนวิทยฐานะตามแนวทางที่เคยปฏิบัติ ( ว.๑๗)

กระผมขอประทานกราบเรียนว่าจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้จัดทำขึ้นตามความเป็นจริงและจัดทำด้วยความจริงใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้การจัดการศึกษาของชาติบ้านเมืองรุดไปข้างหน้าโดยเร็ว อย่างไรก็ตามหากไม่ได้รับการแก้ไขเยียวยา กระผมและคณะครูทั้งประเทศรวมถึงผู้ที่มีส่วนได้เสียทางการศึกษา จะดำเนินการในทุกช่องทางที่รัฐธรรมนูญให้สิทธิไว้ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามที่ได้ประทานกราบเรียนไว้ข้างต้น  จึงขอประทานกราบเรียนมาด้วยความเคารพอย่างสูง

ขอแสดงความนับถือ

นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ
นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย
โทร ๐๘๖ – ๓๓๔๑๒๐๒

แสดงความคิดเห็นบน Facebook

แท็ก

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

Back to top button
Don`t copy text!
Close