การเรียนการสอนส่งต่อเรื่องดีๆ

10 เทคนิคสร้างความภาคภูมิใจในตนเองให้นักเรียน

ครูมีส่วนสำคัญ ในการสร้างความความภาคภูมิใจในตนเองให้นักเรียนเป็นอย่างมาก  เพราะว่าการอยู่ที่โรงเรียนเป็นการจำลองการอยู่ร่วมกันในสังคม เป็นสังคมเล็กๆ สังคมหนึ่งที่หล่อหลอมให้นักเรียนรู้จัก เหตุผล การกล้าแสดงออก การมีภาวะผู้นำ และอื่นๆอีก ซึ่งคุณครูสามารถสร้างได้ไม่ยากเลย มาดู 10 เทคนิค ที่ รักครู.com นำมาฝากกันครับ

1. กระตุ้นให้แสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง

เวลาที่นักเรียนแสดงความคิดเห็น หากเด็กๆรู้ว่าคุณครูและเพื่อนในห้องยอมรับความคิดของตน เด็กจะกล้าแสดงออก ดีใจที่ได้รับการยอมรับ ช่วยให้แก้ปัญหาต่างๆ โดยไม่ต้องพึ่งความเห็นผู้อื่น

2. ชี้ให้เห็นว่าทุกคนเป็นคนพิเศษ

คุณครูมีหน้าที่ที่จะชี้ให้เด็กเห็นว่า ตัวเค้ามีความพิเศษแตกต่างจากผู้อื่นเช่น ทุกคนมีความพิเศษแตกต่างกัน บางคนเรียนเก่ง บางคนกวาดห้องเรียนสะอาดมาก  บางคนมีแข็งแรงช่วยครูยกของไม่มีเหนื่อยเลย บางคนวาดภาพสวย บางคนร้องเพลงเพราะ บางคนตั้งใจเรียนมาก ทุกคนมีความดีงามในตนเอง ครูควรสังเกตุให้รู้ว่าเด็กอะไรทําได้ดี เสริมให้ดียิ่งขึ้น และเด็กจะได้รู้ความก้าวหน้าของตนเองจากคําพูดของครู เช่นวันนี้ทำได้เท่านี้ พรุ่งนี้เธอต้องทำได้ดีกว่านี้แน่ ๆ ต้องทําให้เด็กรู้ว่าแม้ทําต่างจากผู้อื่นก็ได้รับการยอมรับเช่นกัน

3. ยอมรับในตัวนักเรียน

แสดงการยอมรับในสิ่งที่นักเรียนทำ ใช้คําพูดที่แสดงการยอมรับในทัศนคติหรือความเห็นของของเขา  วิธีนี้จะทําให้เด็กเห็นความสําคัญของตัวเอง มั่นใจ และกล้าแสดงออก แต่ไม่ได้หมายความว่าอนุญาตให้เด็กทําได้ทุกอย่างตามใจชอบ

4. ฝึกให้นักเรียนแก้ปัญหาด้วยตนเอง

ให้นักเรียนได้ลองทําตามวิธีของตัวเองมากที่สุดทั้งการแก้ปัญหา การตัดสินใจ หรือทําสิ่งใดๆ โดยที่ครูเข้าไปยุ่งให้น้อยที่สุด คอยสังเกตุ และให้เวลาที่เหมาะสม เมื่อเด็กทําสําเร็จและได้รับการยอมรับจากเพื่อนๆ และคุณครู  แล้วเค้าก็จะเกิดความรู้สึกพิเศษ พอใจ และมีคุณค่า

5. ส่งเสริมการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์

มอบโอกาสให้นักเรียนแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ครูควรหาวัสดุสิ่งของให้เพียงพอต่อการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียน เช่น เครื่องเขียน  ใบงาน และสื่อต่างๆ เน้นกิจกรรมที่เด็กๆ ได้แสดงความคิดเห็น สร้างความสามัคคี และกระบวนการทำงานกลุ่ม ให้เล่าเรื่องสิ่งที่ทำทั้งหมดนี้ช่วยให้เด็กแสดงออกอย่างสร้างสรรค์มากขึ้น

6. ติเพื่อก่อ อย่าให้เสียน้ำใจ

หลีกเลี่ยงการเยาะเย้ยถากถางเพราะอาจทําให้นักเรียนไม่กล้าแสดงออก  และรู้สึกว่าความสามารถของตนไม่ได้รับการยอมรับ ครูควรคิดเสมอว่า ควรตัดสินเด็กจากการกระทํา ไม่ใช่ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพส่วนรวมของเด็ก เพราะหากเด็กฝังใจ ความรู้สึกนั้นจะอยู่ไปตลอดชีวิต และถ้าเด็กสนใจอะไรเป็นพิเศษ ควรให้การสนับสนุนและอย่าดูถูกความสามารถของเด็กหรือเย้ยหยันความคิดเด็ดขาด  ไม่ตัดสินว่าถูกหรือผิด ช่วยให้คำแนะนำเมื่อยังต้องปรับปรุง และชมเชยเมื่อทำได้ดี

7. สอนให้มีวินัย เคารพกฎกติกา

ให้คําแนะนํา และหาวิธีให้เด็กแสดงออกเหมาะสมอย่าลงโทษเพราะนักเรียนทําอะไรผิด แต่ให้ดูว่าผิดอย่างไร และครูควรแนะนําให้เด็กทํางานหรือเล่นโดยไม่รบกวนผู้อื่น ท่ามกลางคนหมู่มากต้องอดทน มีมารยาท และหากคุณครูแสดงทางเลือกที่เหมาะสมแล้วนักเรียนเลือกมาปฏิบัติตาม ก็ควรแสดงการยอมรับและชมเชยความสําเร็จที่เกิดขึ้นของเค้าด้วย

8.  ชมเชยเมื่อทำดี

ชมเชยทุกครั้งที่เด็กทําดีเพราะเด็กที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ดีพิเศษอะไรจะไม่กล้ารับคําชมเชยเมื่อทําสําเร็จหรือทําความดี และจะอายและกลัวคํานินทาจากคนอื่น ครูควรหาคําชมเชยหรือยกย่องเป็นการส่วนตัว เพื่อแสดงให้เห็นว่าความสําเร็จของนักเรียนนั้นเป็นเรื่องใหญ่และน่าประทับใจ

9.  สอนนักเรียนให้เป็นคนมีคุณธรรม

นักเรียนที่มีคุณธรรม จะรู้สึกพิเศษต่างจากผู้อื่น แม้ไม่ได้เก่งในด้านอื่น เช่น การเรียน กีฬา ฐานะ ฯ  ครูจึงควรฝึกอบรมคุณธรรม อย่างความซื่อสัตย์ เมตตากรุณา ไม่อิจฉาริษยา เห็นอกเห็นใจผู้อื่น เป็นต้น รวมทั้งฝึกให้เด็กเมตตาต่อสัตว์ด้วย

10.  สอนนักเรียนให้มองโลกแง่ดี

สอนให้คิดบวกฝึก ให้สังเกตจุดดีของผู้อื่น พูดชมเชยแบบจริงใจ ยิ้มอยู่เสมอ หาจุดเด่นตัวเองเพื่อให้เกิดความรัก ภาคภูมิใจในตัวเอง  ช่วยเหลือคนอื่น และเสียสละเพื่อส่วนรวม โดยไม่ต้องกลัวว่าคนอื่นจะไม่รักหรือทอดทิ้ง

เทคนิคง่ายๆที่ เรานำมาฝากคุณครู บางท่านเคยทำหมดทุกข้อแล้ว บางท่านอาจจะทำได้ไม่ครบ หรือแม้กระทั่งบางท่านอาจจะรู้แต่ยังไม่เคยทำ ลองใช้วิธีนี้เพิ่มอีกสักหน่อย จะช่วยให้เด็กซนของคุณครูเป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่ายได้นะครับ

ขอบคุณเทคนิคดีจาก : สสส.

แสดงความคิดเห็นบน Facebook

แท็ก
Back to top button
Don`t copy text!