ข่าวการศึกษา

วินัยและการรักษาวินัยที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พึงปฏิบัติ และห้ามปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย

สถานี ก.ค.ศ. วินัยและการรักษาวินัยที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พึงปฏิบัติและห้ามปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย

สวัสดีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ สํานักงาน ก.ค.ศ. มีเรื่องสําคัญมานําเสนอซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ได้บัญญัติไว้ให้ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาพึ่งปฏิบัติและห้ามปฏิบัติ โดยจะขอนําเสนอจํานวน 2 มาตราในเบื้องต้น อันเป็นพื้นฐานสําคัญที่ทุกท่านจะต้องนําไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

วินัยมีลักษณะเป็นข้อบัญญัติ เพื่อควบคุมและส่งเสริมให้ข้าราชการอยู่ในกรอบ แห่งความประพฤติอันดีงาม ระเบียบวินัยโดยทั่วไปมีไว้เพื่อให้บุคคลในสังคมปฏิบัติร่วมกัน ในทิศทางและแนวทางเดียวกัน เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบ สันติ เคารพในสิทธิ และหน้าที่ของกันและกัน

วินัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หมายถึง ข้อบัญญัติที่กําหนดเป็น ข้อห้ามและข้อปฏิบัติตามหมวด 6 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 82 ถึงมาตรา 97 ซึ่งอาจแยกได้ดังนี้

มาตรา 82 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องรักษาวินัยที่บัญญัติ เป็นข้อห้ามและข้อปฏิบัติไว้ในหมวดนี้โดยเคร่งครัดอยู่เสมอ

มาตรานี้กําหนดให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนมีหน้าที่ ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติที่เป็นข้อห้ามและถือปฏิบัติในเรื่องวินัยอย่างเคร่งครัดอยู่เสมอ ทั้งใน และนอกเวลาราชการ แต่ทั้งนี้การกระทําผิดวินัยตามบทบัญญัติดังกล่าวต้องเป็นความผิด ที่ได้ทําในขณะที่มีสถานภาพเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา แต่หากผู้ใดได้กระทํา ความผิดก่อนมีสถานภาพเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาหรือก่อนบรรจุและแต่งตั้ง เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ย่อมไม่อาจถือเป็นความผิดวินัยและนํามาสั่งลงโทษ ทางวินัยได้ แต่อาจจะถือว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติทั่วไปในการรับราชการเป็นข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาได้ หากเข้าเหตุตามที่กฎหมายกําหนด และหากปรากฏภายหลัง เข้ารับราชการก็อาจต้องถูกสั่งให้ออกจากราชการโดยพลัน เพราะเหตุขาดคุณสมบัติได้

มาตรา 83 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องสนับสนุน การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยด้วยความบริสุทธิ์ใจ และมีหน้าที่วางรากฐานให้เกิดระบอบการปกครอง เช่นว่านั้น

มาตรานี้มีความมุ่งหมายให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีหน้าที่ ต้องปฏิบัติใน 2 ประการคือ

1. สนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
2. วางรากฐานให้เกิดระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข

การสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ด้วยความบริสุทธิ์ใจอาจแสดงออกมา ได้ทั้งกายและวาจา การกระทําที่ไม่สนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น ถือเป็น ความผิดวินัยไม่ร้ายแรง เว้นแต่การกระทําผิดดังกล่าวจะเป็นความผิดทางอาญา และผู้นั้น ได้รับโทษจําคุกหรือโทษที่หนักกว่าจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุด เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง หรืออาจตกเป็นผู้ขาดคุณสมบัติทั่วไปในการเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งจะต้องถูกสั่งให้ออกจากราชการ หากมีพฤติการณ์ไม่เลื่อมใส ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการฐานประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตําแหน่ง หน้าที่ราชการ ทั้งนี้ ขึ้นกับข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป นอกจากนี้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ยังมีหน้าที่ต้องวางรากฐานให้เกิดระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เช่น ให้นักเรียนได้รับความรู้หรือจัดกิจกรรมในโรงเรียนเกี่ยวกับการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย เช่น จัดให้มีสภานักเรียน หรืออาจมีการจัดให้มีการเลือกตั้ง ประธานนักเรียน เป็นต้น

สํานักงาน ก.ค.ศ. หวังว่า เรื่องที่นําเสนอในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน เพื่อเป็นแนวในการประพฤติปฏิบัติตน ให้เหมาะสมกับการเป็นข้าราชการที่ดี สาระความรู้ที่เกี่ยวข้องกับวินัยและการรักษาวินัย ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ยังมีประเด็นที่น่าสนใจอีกหลายประการ ซึ่งจะได้ นําเสนอในโอกาสต่อไป

ดร.อุษณีย์ ธโนศวรรย์
เลขาธิการ ก.ค.ศ.

ดาวน์โหลดไฟล์แนบ

ที่มา สำนักงาน ก.ค.ศ. วันที่ 9 กรกฎาคม 2562

 

แสดงความคิดเห็นบน Facebook

แท็ก

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

Back to top button
Don`t copy text!