ข่าวการศึกษา

แผนงานปฏิรูปการศึกษา ระยะเร่งด่วน 6 ประเด็น

มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 3 เรื่อง คือ เห็นชอบ(ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ดังนี้

เห็นชอบ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา

คณะรัฐมนตรีมีมติ

1. เห็นชอบในหลักการ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาตามที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เสนอ โดยในส่วนของการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ตามแผนดังกล่าวให้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2562 เรื่อง การซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรี เรื่อง การทบทวนข้อเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานของรัฐตามแผนการปฏิรูปประเทศอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ให้มีการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแผนดังกล่าวในช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วน รวมถึงสถาบันการศึกษาต่าง ๆ และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องที่จะต้องนำแผนไปปฏิบัติ เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันและสามารถขับเคลื่อนการดำเนินการอย่างสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันต่อไป

2. ในการดำเนินการตามแผนดังกล่าว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของกระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม  สำนักงบประมาณ สำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ก.พ.ร.สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษาไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ให้ดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย  ระเบียบและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดต่อไป

สาระสำคัญของเรื่อง

     ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  มาตรา 258 จ. บัญญัติให้มีการดำเนินการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และมาตรา 261 บัญญัติให้การปฏิรูปดังกล่าวมีคณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระคณะหนึ่งที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งดำเนินการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะและร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป (ให้คณะกรรมการฯ เสนอคณะรัฐมนตรีภายใน 2 ปี  นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง)

     ดังนั้น  คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาได้จัดทำ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา มุ่งความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ  และปรับปรุงระบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร เพิ่มความคล่องตัวในการรองรับความหลากหลายของการจัดการศึกษาและสร้างเสริมธรรมาภิบาล ซึ่ง (ร่าง) แผนดังกล่าวประกอบด้วยแผนงานเพื่อการปฏิรูปการศึกษา 7 เรื่อง จำแนกเป็นประเด็นปฏิรูป รวม 29 ประเด็น

     ซึ่งประเด็นปฏิรูปที่มีลำดับสำคัญสูงสุดและต้องดำเนินการให้บรรลุผลให้ได้ในระยะเร่งด่วนมี 6 ประเด็นคือ

    (1) ยกเครื่องระบบการศึกษา โดยการบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่รวมถึงกฎหมายสำคัญอื่น ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. …. ร่างพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. …. ร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. …. และการจัดตั้งสถาบันหลักสูตรและการเรียนรู้แห่งชาติ

    (2) บุกเบิกนวัตกรรมของการจัดการศึกษาระดับโรงเรียน กลุ่มโรงเรียน หรือการจัดการระดับพื้นที่ โดยให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางของการยกระดับคุณภาพของการศึกษา  ผ่านการขับเคลื่อนเรื่องสถานศึกษาที่มีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการและระบบนิเวศที่สนับสนุนการดำเนินการของการศึกษา

   (3) นำเสนอแนวทางการปรับหลักสูตรการจัดการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ  และรูปแบบการปรับหลักสูตรในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 จัดตั้งสถาบันหลักสูตรและการเรียนรู้แห่งชาติเพื่อเป็นเสมือนศูนย์ความเป็นเลิศในการวิจัยพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรและการเรียนรู้แห่งชาติเพื่อเป็นเสมือนศูนย์ความเป็นเลิศในการวิจัย  พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร การจัดการเรียนการสอนและการประเมินผลการเรียนรู้  สำหรับการจัดการศึกษาในระดับต่าง ๆ

   (4) สร้าง “ดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้แห่งชาติ” ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล นำความรู้และวิธีการเรียนรู้ไปสู่โรงเรียน  นักเรียน และครูทั่วประเทศ  โดยเฉพาะในท้องถิ่นห่างไกล

   (5) จัดระบบการผลิตครูให้มีคุณภาพและสมรรถนะความเป็นครู ผ่านการจัดตั้งกองทุนหรือแผนงานเพื่อการผลิตและพัฒนาครูสำหรับครูรุ่นใหม่  และพัฒนาบัณฑิตครูที่มีอยู่ให้ตรงตามความจำเป็นของประเทศ  ในระยะแรกเน้นครูปฐมวัย  และครูประถมศึกษาสำหรับท้องถิ่นขาดแคลน

   (6) ให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ตามที่กำหนดไว้ในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติและการปฏิรูปการศึกษาให้เริ่มดำเนินการได้และมีความต่อเนื่องในระยะยาว

ที่มา : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ (มีรายละเอียดอื่นๆ อีก)

แสดงความคิดเห็นบน Facebook

แท็ก
Advertisement
Back to top button
Don`t copy text!