ข่าวการศึกษา

“กองทุนช.พ.ส.”ส่งกลิ่นตุไม่ชอบมาพากล

27ก.พ.-กองทุน ช.พ.ส.ชักกลิ่นตุๆ “พินิจศักดิ์” เผยบอร์ดสกสค.มีมติต้องตั้ง คกก.ตรวจสอบ ปี 58 หลังจากให้บริษัทเอกชนเข้ามาประเมินผลการดำเนินงาน แต่หาหลักฐานเอกสารของกองทุนฯปี 58 ไม่พบ โดยมียอดคงเหลือผู้กู้ 38,000ราย  ชี้ไม่แน่ใจสูญหาย  หรือผู้เกี่ยวข้องไม่ปล่อยเอกสารออกมา ลั่นถ้าหายจริงต้องแจ้งความ ด้าน“หมอธี” เตรียมนั่งหัวโต๊ะเจรจาความร่วมมือแก้หนี้ครู ระหว่าง สกสค.-แบงก์ออมสิน

นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ ก.ค.ศ.)  ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ สกสค.) และผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. กล่าวว่า ในการการประชุม สกสค. ที่ประชุมมีมติให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกรณีเงินกองทุนการการฌาปณกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) ปี 2558  เนื่องจาก สกสค.ได้รับรายงานว่าตามที่ สกสค. ได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เพื่อมาตรวจสอบบัญชีของกองทุนดังกล่าว แต่กลับไม่สามารถหาหลักฐานการตรวจสอบตัวบัญชี เพื่อเป็นเกณฑ์ในการแสดงความคิดเห็นได้ โดยคณะกรรมการชุดนี้จะเข้าไปตรวจสอบ หาสาเหตุว่าเหตุใด จึงไม่สามารถหาหลักฐานได้เพราะอะไร  หรืออาจจะเกิดจากการไม่อำนวยความสะดวกในการให้ความร่วมมือ รวมถึงมีเอกสารแต่ไม่ยอมให้ตรวจสอบ หรือเอกสารสูญหายหรือไม่  ทั้งนี้หากตรวจสอบพบเอกสารสูญหายจริงก็ต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีด้วย ซึ่งคณะทำงานก็จะต้องไปดูในประเด็นเหล่านี้  ขณะเดียวกันที่ประชุมมอบให้ สกสค.จัดทำระบบฐานข้อมูลให้มีความทันสมัยมากขึ้นด้วย

“สำหรับการตรวจสอบต้องเป็นการตรวจสอบระบบตามบัญชีของสมาชิกด้วย ซึ่งควรจะต้องมีการตรวจสอบบัญชีเงินกองทุนทุกๆ ปี แต่ที่ผ่านมายังไม่มีการตรวจสอบเรื่องนี้  โดยปัจจุบันกองทุน ช.พ.ส.มีสมาชิกอยู่ประมาณ 380,000 คน  มีบัญชีสมาชิกอยู่ประมาณ 50,000 กว่าบัญชี  ปิดเคลียร์บัญชีไปแล้ว 18,000 บัญชี”ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค.กล่าว

นายพินิจศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงการทำบันทึกข้อตกลงกับธนาคารออมสินที่ สกสค.ได้ยื่นข้อเสนอกับธนาคารไปว่า ขอให้ใช้มาตรการคืนเงินให้แก่ครูโดยการลดดอกเบี้ยหรือพักชำระหนี้และขอให้มีการขยายเวลาการชำระหนี้ออกไปด้วย เช่น สัญญาเดิมกำหนดชำระหนี้ 30 ปีให้ขยายเป็น 33 ปี เป็นต้น ซึ่งธนาคารออมสินได้ตอบกลับมาแล้วว่า ธนาคารมีความเสี่ยงไม่สามารถลดดอกเบี้ย  และไม่ขยายระยะเวลาเงินกู้ให้ได้  โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มีความกังวล จึงมอบให้ตนนัดหารือกับธนาคารออมสินอีกครั้งพร้อมธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้ได้ข้อยุติเรื่องนี้โดยเร็ว และส่วนเรื่องการดำเนินการขายหุ้นของบริษัท หนองคายน่าอยู่ จำกัดนั้น ที่ประชุมมีมติให้ สกสค.ทำหนังสือทวงถามความชัดเจน กรณีที่ บ.หนองคายน่าอยู่ เคยทำหนังสือถึง สกสค. ว่าจะติดต่อขอซื้อหุ้นคืนภายในระยะเวลา 5 ปี ว่า ขณะนี้การดำเนินการถึงขั้นตอนไหนแล้ว มีรายละเอียดอย่างไร และ สกสค. จะศึกษากฎหมายควบคู่ไปด้วยว่า สามารถขายหุ้นดังกล่าวในรูปแบบตามปกติได้หรือไม่ หรือจะต้องขายในรูปแบบใด ส่วนที่ว่าจะขายไหนราคาไหนนั้น โดยธรรมดาแล้วตนคิดว่าซื้อมาเท่าไรเราก็ควรที่จะขายเท่านั้น

ด้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ. กล่าวว่า สำหรับการหารือระหว่าง สกสค.กับธนาคารออมสิน ที่ขณะนี้ยังไม่สามารถหาข้อยุติในการทำข้อตกลงความร่วมมือใหม่ได้นั้น ในเร็วๆ นี้ ตนจะนัดหารือกับธนาคารออมสินด้วยตนเอง

ที่มา : ไทยโพสต์

แสดงความคิดเห็นบน Facebook

แท็ก


Back to top button
Don`t copy text!