ร่างระเบียบฯ การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร

1988

ผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ สิงหาคม 2560 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการคือ เห็นชอบร่างระเบียบฯ ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร โดยมี สาระสำคัญดังนี้

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ

สาระสำคัญของร่างระเบียบ

  1. ยกเลิกระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร พ.ศ. 2551 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553
  2. กำหนดคำนิยามคำว่า “ส่วนราชการผู้เบิก” “ส่วนราชการเจ้าสังกัด” “เงินสวัสดิการ” และ “ผู้มีสิทธิ”
  3. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการใช้สิทธิขอรับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร ในกรณีที่ผู้มีสิทธิมีคู่สมรสที่มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานนั้น ๆ ทั้งสองฝ่าย และในกรณีการเปลี่ยนแปลงผู้ใช้สิทธิเบิกเงินสวัสดิการ เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้แจ้งการใช้สิทธิไว้แล้ว สามารถเปลี่ยนแปลงผู้ใช้สิทธิเบิกเงินสวัสดิการให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้เบิก
  4. กำหนดวิธีการใช้สิทธิขอรับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรในกรณีผู้มีสิทธิได้รับคำสั่งให้ไปช่วยปฏิบัติราชการซึ่งอยู่ต่างส่วนราชการผู้เบิก ให้ยื่นใบเบิกสวัสดิการ ณ ส่วนราชการที่ไปช่วยปฏิบัติราชการ โดยก่อนการใช้สิทธิเบิกเงินสวัสดิการผู้มีสิทธิต้องจัดทำหนังสือแสดงเจตนาขอรับเงินสวัสดิการตามแบบที่กรมบัญชีกลางกำหนด และกรณีที่ผู้มีสิทธิพ้นจากราชการหรือถึงแก่กรรมก่อนที่จะใช้สิทธิให้ยื่นใบเบิกเงินสวัสดิการ ณ ส่วนราชการผู้เบิกบำนาญหรือเบี้ยหวัดหรือสำนักงานที่รับราชการครั้งสุดท้าย
  5. กำหนดรายการในหลักฐานการรับเงินของสถานศึกษา และกรณีผู้มีสิทธิได้รับหลักฐานการรับเงินของสถานศึกษาแล้วแต่เกิดสูญหายให้ใช้สำเนาหลักฐานการรับเงินของสถานศึกษา ซึ่งผู้รับเงินรับรองเป็นเอกสารประกอบการขอเบิกเงินแทนได้ และกรณีที่หลักฐานการรับเงินเป็นภาษาต่างประเทศให้มีคำแปลงเป็นภาษาไทยไว้ด้วย และให้ผู้ใช้สิทธิขอเบิกเงินลงลายมือชื่อรับรองคำแปลด้วย นอกจากนี้ กรณีที่สถานศึกษาในต่างประเทศเป็นผู้ออกหลักฐานการรับเงินตามหลักสูตรการศึกษาที่เป็นความร่วมมือ/ข้อตกลง/จัดโครงการพิเศษของสถานศึกษาในประเทศที่ได้กำหนดให้ผู้ศึกษาต้องไปศึกษาหรือสมัครไปศึกษาในสถานศึกษาในต่างประเทศ ให้สถานศึกษาในประเทศต้องรับรองรายการที่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามหลักสูตรที่กำหนด ระบุภาคการศึกษา/ปีการศึกษา และให้มีคำแปลเป็นภาษาไทยด้วย
  6. กำหนดระยะเวลาการยื่นใบเบิกเงินสวัสดิการให้กระทำภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้

6.1 ผู้มีสิทธิถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

6.2 ผู้มีสิทธิมีความจำเป็นต้องขอผ่อนผันต่อสถานศึกษาในการชำระเงินล่าช้า

6.3 ผู้มีสิทธิมีบุตรกู้ยืมเงินเรียนจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

  1. กำหนดวิธีการดำเนินการในกรณีที่ผู้มีสิทธิไม่สามารถลงลายมือชื่อในใบเบิกเงินสวัสดิการหรือไม่สามารถยื่นใบเบิกเงินสวัสดิการด้วยตนเอง
  2. กำหนดผู้มีอำนาจอนุมัติให้เบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรในส่วนราชการบริหารส่วนกลาง และส่วนราชการบริหารส่วนภูมิภาค
  3. กำหนดให้การเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรต้องจัดทำด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

ที่มา : มติ ครม. ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา

 

=คิดอย่างไรกับเรื่องนี้=