ข่าวการศึกษา

ผลประชุมองค์กรหลัก 4 กรกฎาคม 2560

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมองค์กรหลัก ครั้งที่ 25/2560 เมื่อวันอังคารที่ 4 กรกฎาคม 2560 ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

● ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ในที่ประชุม ครม.ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ

ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

  • ให้กระทรวงศึกษาธิการขยายผลเรื่องภาษาอังกฤษ  นายกรัฐมนตรีต้องการให้มีการใช้ภาษาอังกฤษสำหรับข้าราชการในทุกส่วนราชการ เพื่อต้องการให้ข้าราชการได้พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของตนเอง ด้วยการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Echo English มาฝึกฝนภาษาอังกฤษ ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการจึงมอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปรับปรุงระบบ Server ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงระบบได้ง่าย และใช้งานแอพพลิเคชั่นนี้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ลดการใช้เอกสารหรือกระดาษ  นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานราชการ ลดปริมาณการใช้กระดาษหรือลดการใช้เอกสาร โดยขอให้กำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่าจะลดปริมาณการใช้กระดาษได้เท่าไร เช่น เมื่อเด็กทำเรื่องขอจบการศึกษา ไม่จำเป็นต้องถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านกับบัตรประชาชนมายื่น แต่สถานศึกษาควรเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวกับกระทรวงมหาดไทยในการขอดูข้อมูลทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนได้

● ประเด็นจากการประชุมองค์กรหลัก

  • การประชุม Super Board ด้านการศึกษาครั้งต่อไป จะจัดขึ้นในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ โดย รมว.ศึกษาธิการ ได้สั่งการให้มีการนำเสนอเรื่องสะเต็มศึกษาในที่ประชุมด้วย เนื่องจาก ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ กรกฎาคม 2560 เห็นชอบการจัดตั้งศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาของซีมีโอ (SEAMEO Regional Centre for STEM Education : SEAMEO STEM-ED) ในประเทศไทย รวมทั้งจะได้มีการหารือในประเด็นการขับเคลื่อนสะเต็มศึกษาของไทยในฐานะที่เป็นศูนย์สะเต็มศึกษาระดับภูมิภาค การปรับระบบการจัดการเรียนการสอน สื่อการสอน การวัดผลและประเมินผลให้มีความสอดคล้องกันระหว่างเนื้อหาที่เรียนและเนื้อหาที่ออกข้อสอบ การขยายโรงเรียนสะเต็มศึกษาให้เพิ่มมากขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการมีแนวทางที่จะอบรมครูผู้สอนสะเต็มศึกษาในโรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งมีลักษณะคล้ายการอบรม Boot Camp ของภาษาอังกฤษที่ได้ดำเนินการไปแล้ว โดยคาดว่าจะคัดเลือกครูผู้สอนสะเต็มศึกษาจำนวน 1,000 คน จากครูโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น และคัดเลือกครูที่อยู่ในระบบอีกกว่า 500 คน รวมทั้งสิ้น 1,500 คน เข้าร่วมการอบรม รวมทั้งจะนำเสนอผลการดำเนินโครงการและการขยายผลโครงการฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ (Education to Employment: Vocational Boot Camp) ในที่ประชุมด้วย

  • การขยายผลโครงการฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ (Education to Employment: Vocational Boot Camp)  ที่ประชุมมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการขยายผลโครงการดังกล่าวไปยังสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) โดยให้หน่วยงานดังกล่าว รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ร่วมกันหารือเกี่ยวกับการเทียบโอนว่า การฝึกอบรมวิชาใดสามารถเทียบโอนได้บ้าง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเก็บเป็น Credit Bank และนำไปใช้ประกอบการศึกษาต่อได้

  • ให้สถานศึกษาพิจารณาการซื้อผลผลิตทางการเกษตร  ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ทุกจังหวัด ดำเนินการสำรวจและรวบรวมข้อมูลผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ว่า มีสินค้าเกษตรอะไรบ้างที่สถานศึกษาสามารถไปซื้อวัตถุดิบและผลผลิตทางการเกษตรเหล่านั้นมาประกอบอาหารกลางวันให้นักเรียน โดยอาจจัดซื้อผ่านวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี หรือซื้อผ่านพ่อค้าโดยตรงก็ได้ ซึ่งการดำเนินการไม่ได้เป็นการทำลายระบบตลาด แต่เป็นการดำเนินการเพื่อให้เกษตรกรขายผลผลิตได้มากขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้น

  • การผลิตครูหลักสูตร 4 ปี  กรณีที่คณะกรรมการคุรุสภาได้เห็นชอบในหลักการ ตามที่สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย เสนอให้กลับไปผลิตครูในหลักสูตร 4 ปีนั้น ที่ประชุมได้กำชับให้คุรุสภาชี้แจงรายละเอียดเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน และเน้นย้ำให้ดำเนินการโดยไม่ไปก้าวล่วงวิชาชีพครู โดยรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเสนอต่อสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทยด้วย

ที่มา : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ

แสดงความคิดเห็นบน Facebook

แท็ก
Back to top button
Don`t copy text!