ข่าวการศึกษา

สาระที่ควรรู้เกี่ยวกับเรื่อง “การวัดและประเมินคุณภาพผู้เรียน” จากประกาศ ของ สพฐ

14 มิ.ย.60
———————————-
#สาระที่ควรรู้เกี่ยวกับเรื่อง “การวัดและประเมินคุณภาพผู้เรียน” จากประกาศ ของ สพฐ. เรื่อง “รูปแบบและแนวทางปฏิบัติในการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนใน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ไม่ได้ทำการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)” พ.ศ. 2558 รวมทั้งแนวทางแก้ไขประกาศฯ พ.ศ.2560 และการยกระดับคุณภาพผู้เรียน
———————————-
1.จากประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง “รูปแบบและแนวทางปฏิบัติในการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ไม่ได้ทาการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)” เมื่อวันที่ ณ วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ลงนามโดยนายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยให้มีผลการประกาศใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 เป็นต้นมานั้น ขณะนี้ สพฐ.กำลังปรับแก้ประกาศฉบับดังกล่าวฯ เพื่อให้เป็นปัจจุบันและครอบคลุมกับการดำเนินงานในปีการศึกษา 2560 โดยที่การทดสอบระดับชาติ (O-NET) ของปีการศึกษา 2560 จะไม่มีการทดสอบกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ ชั้น ป.6 และ ม.3 โดยเหลือสอบเพียง 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้

2.รายละเอียดในประกาศฯ ฉบับปี 2558 กำหนดไว้ว่าเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ มีความน่าเชื่อถือเป็นที่ยอมรับทางวิชาการและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สพฐ.จึงกำหนดรูปแบบและแนวทางปฏิบัติในการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ไม่ได้ทำการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ซึ่งในที่นี้เป็นข้อมูลเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ “ระดับสถานศึกษา” ที่ให้สถานศึกษาดำเนินการ ดังนี้

2.1 รูปแบบการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
2.1.1 สถานศึกษาเป็นผู้ดำเนินการประเมินคุณภาพผู้เรียนใน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ และกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามกรอบมาตรฐานและตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในลักษณะของการวัดและประเมินในชั้นเรียน (Classroom Assessment) ตามปกติ

2.1.2 การประเมินใน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ดังกล่าว ต้องดำเนินการให้ครอบคลุมทั้งการประเมินความรู้ (Knowledge Assessment) การประเมินทักษะกระบวนการ (Process-skill Assessment) และการประเมินคุณลักษณะ (Attribute Assessment) ตามพฤติกรรมที่ระบุไว้ในมาตรฐานและตัวชี้วัดของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้นี้มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะและกระบวนการของนักเรียนเป็นหลัก โดยให้ความสาคัญกับการประเมินภาคปฏิบัติ (Performance Assessment) เป็นอันดับแรก

2.1.3 การประเมินใน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ดังกล่าว จะต้องแบ่งคะแนนในการประเมินความรู้ การประเมินทักษะกระบวนการ และการประเมินคุณลักษณะให้สอดคล้องกับลักษณะธรรมชาติของวิชาตลอดภาคเรียนหรือปีการศึกษา

2.1.4 การประเมินใน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ดังกล่าว ต้องดำเนินงานในลักษณะของการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) โดยการมอบหมายให้ผู้เรียนทาโครงงาน (Project) ภารกิจงานหรือชิ้นงาน (Task) ทั้งงานกลุ่มและบุคคล และให้ผู้เรียนบูรณาการความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะที่ระบุไว้ในมาตรฐานและตัวชี้วัดของกลุ่มสาระการเรียนรู้ มาใช้ในการปฏิบัติงานตามโครงการ ให้สามารถดำเนินงานได้บรรลุเป้าหมาย

2.2 การดำเนินงานระดับสถานศึกษา
2.2.1 ให้วิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัดที่ใช้เป็นกรอบในการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนใน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ทั้งในด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะ

2.2.2 ให้กำหนดกรอบหรือแผนงานในการประเมินความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะ ตลอดปีการศึกษา ได้แก่ โครงงานหรือชิ้นงาน มาตรฐานและตัวชี้วัดที่ต้องการวัด ระยะเวลา วิธีการ และเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ผู้ประเมินและผู้ถูกประเมิน เป็นต้น

2.2.3 กำหนดโครงงาน (Project) ภารกิจงานหรือชิ้นงาน (Task) ที่ใช้เป็นสถานการณ์สำหรับการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนใน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสภาพการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน ให้เหมือนกันทั้งหมดทุกห้องในแต่ละระดับชั้นของสถานศึกษา โดยทุกโครงงานหรือชิ้นงาน จะต้องเอื้อให้เด็กแสดงพฤติกรรมตามมาตรฐานและตัวชี้วัดที่เป็นกรอบในการประเมินคุณภาพผู้เรียนอย่างครบถ้วน

2.2.4 สร้างเครื่องมือประเมินภาคปฏิบัติ ประกอบด้วย เครื่องมือประเมินภาคความรู้ เช่น แบบทดสอบ แบบสัมภาษณ์ ฯลฯ เครื่องมือประเมินกระบวนการปฏิบัติงาน เช่น แบบตรวจสอบกระบวนการทางาน แบบประเมินผลงาน ฯลฯ และเครื่องมือประเมินคุณลักษณะ เช่น แบบสังเกตพฤติกรรม แบบวัดเจตคติหรือทัศนคติ ฯลฯ

2.2.5 ประเมินความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะตามกำหนดการที่วางแผนอย่างเคร่งครัด

2.2.6 กำกับและติดตามการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ไม่ได้ทำการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ในแต่ละห้องเรียนให้มีความเป็นมาตรฐานและน่าเชื่อถือ

2.2.7 สรุปและรายงานผลการดำเนินงานและการประเมินคุณภาพการศึกษาในกลุ่มสาระการเรียนรู้ดังกล่าวให้แก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

3.ประเด็นสำคัญที่จะเพิ่มเติมไว้ในร่างประกาศฯ ฉบับแก้ไข ปี พ.ศ.2560 จะครอบคลุมถึงรูปแบบและแนวทางการประเมินกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ ซึ่งให้สถานศึกษาดำเนินการจัดสอบเอง (ชั้น ป.6 และ ม.3) ในปีการศึกษา 2560 และประเด็นการให้นำรูปแบบข้อสอบแบบเขียนตอบมาใช้ในการประเมินคุณภาพผู้เรียน

4.สพฐ.เคยออกประกาศ เรื่อง “แนวปฏิบัติในการยกระดับคุณภาพนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน” ปีการศึกษา 2557 จำนวน 8 ข้อ โดยที่ข้อ 7 ของประกาศฉบับดังกล่าวระบุไว้ว่า “ให้เพิ่มการใช้ข้อสอบแบบเขียนตอบ ทั้งการเขียนตอบแบบสั้นและแบบยาว เมื่อจบหน่วยการเรียน ในการสอบระหว่างภาคเรียนและในการสอบปลายภาค อย่างน้อยร้อยละ 30 ของการสอบแต่ละครั้ง” และข้อ 8 ระบุว่า “ให้ใช้ข้อสอบกลางที่พัฒนาโดย สพฐ…..” ซึ่งข้อ 7-8 ของประกาศฉบับนี้ ถือเป็นแนวทางในการยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้มีคุณภาพ ด้วยการพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลในชั้นเรียนให้ได้มาตรฐาน เป็นสิ่งที่สถานศึกษาควรดำเนินการตามที่ สพฐ.ได้กำหนดแนวทางไว้ในประกาศอย่างเคร่งครัด
———————————-
#รับรู้ เข้าใจ และปฏิบัติไปด้วยกัน

ที่มา : Wisanu Sapsombat  ผอ.สทศ.สพฐ. ศธ.

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

Back to top button
Don`t copy text!
Close