ข่าวการศึกษา

ตั้ง อ.ก.ค.ศ.ดู ‘บทบาท-อัตรา’ ใน สพท.เปิด ‘ผอ.เขตฯ’ ขอย้ายลงตำแหน่งว่าง

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน ก.ค.ศ.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) วิสามัญเฉพาะกิจ มีนายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน เพื่อวิเคราะห์บทบาทหน้าที่ และกำหนดกรอบอัตรากำลังที่จำเป็น ภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ในช่วงที่มีเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหม่ ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 ที่กำหนดให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาค (ศธภ.) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) รวมถึง วิเคราะห์บทบาท และอัตรากำลังของ ศธจ.และ ศธภ.ให้ชัดเจนด้วย เพื่อให้การจัดสรรอัตรากำลังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

“ที่ผ่านมา ได้แต่งตั้ง ศธจ.ทั้ง 76 จังหวัดแล้ว ทำให้บาง สพท.มีตำแหน่งผู้อำนวยการ สพท.ว่าง เพราะได้รับการสรรหาเป็น ศธจ.ขณะเดียวกันยังมีอัตราตำแหน่งรองผู้อำนวยการ สพท.ตำแหน่งตามโครงสร้างว่างอีก 209 อัตรา ดังนั้น เพื่อให้การสรรหารองผู้อำนวยการ สพท.เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามโครงสร้างใหม่ ก.ค.ศ.จึงมอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ.วิเคราะห์บทบาทหน้าที่ และอัตรากำลังของ สพท.ให้ชัดเจน และพิจารณาด้วยว่าควรจะมีรองผู้อำนวยการ สพท.ตำแหน่งตามโครงสร้างกี่อัตรา ประกอบกับ สพฐ.ยังมีรองผู้อำนวยการ สพท.ตำแหน่งที่มีเงื่อนไข หรือรองผู้อำนวยการดอกจัน อีกกว่า 300 อัตรา อาจต้องนำมาพิจารณาร่วมด้วย แต่ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าควรจะมีรองผู้อำนวยการ สพท.ตำแหน่งตามโครงสร้างเท่าใด ส่วนรองผู้อำนวยการ สพท.ตำแหน่งที่มีเงื่อนไข หากว่างลง และยังมีอัตราเงินเดือนอยู่ ควรนำเงินเดือนไปใส่ไว้ในอัตราที่มีความจำเป็นมากกว่า เพราะนโยบายของรัฐบาล การปรับเปลี่ยนอัตราใดก็ตาม ต้องไม่ให้เป็นภาระงบประมาณ คิดง่ายๆ คือต้องคำนวนว่าใน ศธจ.และ ศธภ.มีกี่อัตรา จากนั้นไปลดอัตราในส่วนอื่นลง เพราะเกี่ยวข้องกับเงินเดือนด้วย ซึ่งที่ผ่านมา สพฐ.ได้ให้อัตราตำแหน่งรองผู้อำนวยการ สพท.ดอกจัน ที่มีเงินเดือนประมาณ 100 อัตรา เพื่อกำหนดตำแหน่งในสำนักงาน ศธภ.และสำนักงานศึกษา ศธจ.เพื่อไม่ให้การปรับเพิ่มเป็นภาระกับงบฯ” นายพินิจศักดิ์ กล่าว

นายอัมพร พินะสา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) สพฐ.กล่าวว่า มีผู้อำนวยการ สพท.ได้รับการสรรหาไปเป็น ศธจ.62 อัตรา ดังนั้น เพื่อให้การบริหารงานไม่สะดุด สพฐ.จึงต้องเร่งสรรหาผู้อำนวยการ สพท.แทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยที่ผ่านมาได้เปิดให้ผู้อำนวยการ สพท.แสดงความประสงค์ขอย้ายแล้ว หากกระบวนการโยกย้ายแล้วเสร็จ จะรู้อัตราว่างที่แท้จริง จากนั้น จะเปิดโอกาสให้รองผู้อำนวยการ สพท.และผู้อำนวยการสถานศึกษาที่มีคุณสมบัติครบ สมัครสอบคัดเลือกแทนในตำแหน่งที่ว่างลงได้

ที่มา : มติชน

แสดงความเห็น

แท็ก
Back to top button