ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 525/2559
รมว.ศธ.เปิดงานวันกำพล วัชรพล ครั้งที่ 20 ประจำปี 2559

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานและมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่โรงเรียนไทยรัฐวิทยาและบุคลากรดีเด่น พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานวันกำพล วัชรพล ครั้งที่ 20 ประจำปี 2559 เมื่อบ่ายวันอังคารที่ 27 ธันวาคม 2559 ณ สำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ โดยมี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, คุณหญิงประณีตศิลป์ วัชรพล ประธานกรรมการบริษัท วัชรพล จำกัด ตลอดจนคณะผู้บริหารหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ผู้บริหาร และข้าราชการครูโรงเรียนไทยรัฐวิทยาทั่วประเทศ เข้าร่วมงานกว่า 500 คน

โอกาสนี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกคน และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มามอบรางวัลเพื่อยกย่องครูและผู้บริหารโรงเรียนที่ทุ่มเททำงานเพื่อพัฒนาโรงเรียนไทยรัฐวิทยาจากทั่วประเทศ ตลอดจนร่วมงาน “วันกำพล วัชรพล” ในครั้งนี้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าคุณกำพล วัชรพล มีวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลที่ได้ริเริ่มโครงการโรงเรียนไทยรัฐวิทยาเพื่อให้การศึกษากับเด็กในท้องถิ่นห่างไกล ถือเป็นการลงทุนเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของชาติและเป็นการลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา สอดคล้องกับแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานให้ก่อตั้งมูลนิธิยุวสถิรคุณ เพื่อต้องการให้เด็กที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารและขาดโอกาสได้รับการศึกษา

กระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรับผิดชอบดูแลด้านการศึกษาของประเทศ ได้น้อมนำแนวพระราชดำริ และพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งทั้งสองพระองค์ทรงสนพระทัยติดตามและให้ความสำคัญกับการศึกษาของไทยมาโดยตลอด โดยกระทรวงศึกษาธิการได้น้อมนำใส่เกล้าฯ และมอบเป็นนโยบาย เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการศึกษาไทยให้ดียิ่งขึ้น อาทิ

ในเรื่องที่เกี่ยวกับนักเรียน  “ครูต้องสอนให้เด็กนักเรียนมีน้ำใจ เช่น คนเรียนเก่งช่วยติวเพื่อนที่เรียนล้าหลัง มิใช่สอนให้เด็กคิดแต่จะแข่งขัน (Compete) กับเพื่อน เพื่อให้คนเก่งได้ลำดับดี ๆ เช่น สอบได้ที่หนึ่งของชั้น แต่ต้องให้เด็กแข่งขันกับตนเอง”

ในเรื่องที่เกี่ยวกับครู  “ต้องปรับปรุงครู…ครูจะอายุ 40-50 ปี ก็ต้องเรียนใหม่ ต้องปฏิวัติครูอย่างจริงจัง”

ในเรื่องที่เกี่ยวกับการศึกษา  “การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียนใน 2 ด้าน คือ 1) ส่งเสริมให้นักเรียนมีทัศนคติที่ถูกต้อง 2) การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานชีวิตหรืออุปนิสัยที่มั่นคงเข้มแข็ง อาทิ การสร้างบุคลิกและอุปนิสัยที่ดีงาม (Character Education)”

ในเรื่องที่เกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน (Anti-Corruption)  “…ท่านต้องห้ามไม่ให้มีการทุจริตขึ้น แล้วท่านจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดซีอีโอที่มีประสิทธิภาพ ถ้าทุจริตแม้แต่นิดเดียวก็ขอแช่ง แช่งให้มีอันเป็น พูดอย่างนี้หยาบคาย แต่ว่าขอให้มีอันเป็นไปถ้าไม่ทุจริต สุจริต และมีความตั้งใจในธรรม ขอให้ต่ออายุได้ถึงร้อยปี หรือถ้าอายุมากแล้วก็แข็งแรง ประเทศไทยจะรอดพ้นอันตรายอย่างมาก”

tr2

นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี โดยมียุทธศาสตร์ด้านการศึกษา 6 ด้าน คือ 1) ความมั่นคง 2) การสร้างความสามารถในการแข่งขัน 3) การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ 4) การสร้างโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม 5) การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6) การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งกล่าวได้ว่า กระทรวงศึกษาธิการจะเร่งปฏิรูปการศึกษาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยจะเน้นพัฒนาจากจุดที่สำคัญที่สุด คือ โรงเรียน ในรูปแบบที่ไม่ตายตัวปรับเปลี่ยนได้ตามบริบท (No One Size Fits All) พร้อมปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานจากระดับล่างขึ้นมาสู่ระดับบน (Bottom Up) โดยเริ่มจากโรงเรียนที่มีอาการย่ำแย่ เหมือนคนไข้ที่อยู่ในห้อง ICU จำนวน 3,000 โรงเรียน หรือ 3,000 เตียง จากโรงเรียนที่เข้าข่ายทั้งหมดกว่า 10,000 แห่ง

นโยบายการพัฒนาโรงเรียน ICU เป็นนโยบายที่ยึดนักเรียนและโรงเรียนเป็นตัวตั้ง โดยให้โรงเรียนวินิจฉัยปัญหาของโรงเรียนเองว่าอยู่ที่ใด จากนั้นนำมาวิเคราะห์หาสาเหตุ พร้อมเสนอแผนการรักษาตัวเองมายังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งโรงเรียนจะต้องดึงผู้ปกครอง ท้องถิ่น และชุมชน เข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาและพัฒนาโรงเรียนร่วมกัน ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้องพิจารณาให้การสนับสนุนงบประมาณตามแผนงานโครงการที่โรงเรียนเสนอมา หากโรงเรียนใดสามารถออกจากสถานะคนไข้ ICU ได้ ผู้บริหารโรงเรียนต้องได้รับรางวัลหรือได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม ซึ่งจะมีการแก้ไขปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้เอื้ออำนวยต่อไป

ย้ำด้วยว่า โครงการนี้ถือเป็นนโยบายที่มีความชัดเจนแล้ว เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำและเป็นการแก้ปัญหาจากระดับล่างหรือระดับโรงเรียนอย่างแท้จริง  โดยกระทรวงศึกษาธิการจะเกลี่ยงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการนี้ก่อน สำหรับโครงการอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ จะคงไว้เท่าที่จำเป็นเพื่อให้ทำงานได้ เพราะต้องการทุ่มงบประมาณทั้งหมดลงไปสนับสนุนโรงเรียนที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและขาดแคลนจริง ๆ

wu6a0811นอกจากนโยบายโรงเรียน ICU จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประเทศแล้ว ยังสอดคล้องกับนโยบายการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก “โครงการโรงเรียนดีใกล้บ้าน” ของอดีต รมว.ศึกษาธิการ (พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ) กล่าวคือเมื่อโรงเรียนได้วินิจฉัยสาเหตุของปัญหาแล้ว อาจเสนอแนวทางให้ยุบรวมโรงเรียนก็เป็นได้ เพราะหากอยู่เพียงลำพังโรงเรียนเดียวอาจไม่รอด จึงต้องย้ายนักเรียนไปเรียนรวมในโรงเรียนที่มีความพร้อมมากกว่า ซึ่งแนวทางแก้ปัญหานี้จะเกิดจากโรงเรียนเสนอแผนงานโครงการขึ้นมาเอง เรียกได้ว่าเกิดขึ้นจากความต้องการของโรงเรียนอย่างแท้จริง

ที่มา :
นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี: ถ่ายภาพ
บัลลังก์ โรหิตเสถียร: กราฟิก
28/12/2559
ลิ้งค์อ้างอิง : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ

=ร่วมแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์=