สพฐ.เร่งคลอดป...

    สพฐ.เร่งคลอดปฏิทินสอบ ผอ.รร. ตามเกณฑ์ใหม่

    553
    0

    สพฐ.เผยร่างปฏิทินการคัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษา สอบภาค ก –ภาค ข ต้นเดือนธันวาคมนี้ ย้ำเงื่อนไขการรับสมัครชัดเจน ถ้าไม่ผ่านการประเมินต้องสละเก้าอี้

    วันนี้ (3 พ.ย.) นายณรงค์ แผ้วพลสง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ(สพร.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ซึ่งมีพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน ได้มอบหมายให้สพฐ.จัดทำปฏิทินการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ประจำปี 2559 ตามหลักเกณฑ์ใหม่นั้น ขณะนี้ได้มีการกำหนดปฏิทินคร่าวๆ โดยในวันที่ 11 พฤศจิกายน นี้ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) จะลงนามประกาศการรับสมัครสอบคัดเลือกฯ  จากนั้นคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) แต่ละจังหวัดจะกำหนดวันรับสมัครของแต่ละจังหวัดเอง

    นายณรงค์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการสอบ ภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป และภาค ข ความเหมาะสมกับตำแหน่ง จะมีขึ้นประมาณต้นเดือนธันวาคม 2559 โดยขณะนี้มีตำแหน่งว่างอยู่ประมาณ 5,000 อัตรา แต่ สพฐ.กำลังจะเสนอคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค(คปภ.) ว่าในโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 40 คน ไม่ต้องมีการบรรจุผู้อำนวยการสถานศึกษาใหม่ ซึ่งหาก คปภ.เห็นชอบก็จะแต่งตั้งได้ประมาณ 4,000 อัตรา โดยต้องบรรจุให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 25 ธันวาคมนี้

    “ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดการสอบคัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษา และการเข้าสู่ตำแหน่งกรณีที่ผู้อำนวยการสถานศึกษา และตัวชี้วัดที่จะใช้ในการประเมินการปฏิบัติหน้าที่หลังได้รับการแต่งตั้ง โดยจะแจ้งอย่างชัดเจนว่าหลังการปฏิบัติงาน 1 ปีจะมีการประเมินและหากไม่ผ่านการประเมิน จะถูกย้ายไปปฏิบัติงานในอัตราทดแทนที่ ก.ค.ศ.กำหนดไว้ ทั้งนี้ ผู้ที่สมัครเข้ารับการสอบคัดเลือกต้องยอมรับตามเงื่อนไขที่กำหนด เพราะถือว่ามีการแจ้งในประกาศการรับสมัครแต่ต้นเลยว่า ถ้าไม่ผ่านการประเมินจะต้องถูกย้ายออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ซึ่งรมว.ศธ.ได้ให้นโยบายว่าจะมีการประเมิน 2 ครั้งหรือทุก 6 เดือน โดย 6 เดือนแรกจะแจ้งจุดอ่อนเพื่อให้มีการปรับปรุงและประเมินซ้ำอีกครั้งเมื่อครบ 1 ปี”นายณรงค์ กล่าว

    ขอบคุณที่มา : เดลินิวส์

    - แสดงความคิดเห็น -