ผลประชุมองค์ก...

    ผลประชุมองค์กรหลัก กระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 9/2559

    271
    0

    ศึกษาธิการ – พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก กระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 9/2559 เมื่อวันพุธที่ 2 พฤศจิกายน 2559 ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
    wu6a3038ภายหลังการประชุม รมว.ศึกษาธิการ มอบนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และนายบุญรักษ์ ยอดเพชร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมแถลงผลการประชุมในครั้งนี้ ซึ่งแต่ละองค์กรหลักได้รายงานความคืบหน้าการทำงานโดยสรุป ดังนี้

    สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.)

    นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่า สป.ได้รายงานความก้าวหน้าให้ที่ประชุมรับทราบใน 2 เรื่องที่สำคัญ ดังนี้

    1) โครงสร้างการบริหารจัดการงานวิชาการของกระทรวงศึกษาธิการ  ปัจจุบันการพัฒนาหลักสูตรแต่ละหน่วยงานแยกกันทำ ส่งผลให้ขาดเอกภาพและไม่เกิดความเชื่อมโยงกัน อีกทั้งขาดหน่วยงานกลางในการประสานให้หลักสูตรมีความสอดคล้องกันทุกระดับทุกประเภท จึงได้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อไปหารือแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ และคณะทำงานชุดดังกล่าวได้มานำเสนอความก้าวหน้าต่อที่ประชุม  ซึ่งที่ประชุมเห็นด้วยว่าต้องมีหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบงานด้านวิชาการของกระทรวงศึกษาธิการ อาจเป็นชื่อกรมวิชาการหรือไม่ก็ได้ ส่วนโครงสร้างการบริหารงานนั้น ที่ประชุมมีข้อเสนอให้คณะทำงานกลับไปคิดต่อ 2 แบบ คือ 1) อาจจัดตั้งเป็นหน่วยงานกลางในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยนำหน่วยงานต่าง ๆ ด้านวิชาการทั้ง สป., สพฐ., สอศ., กศน., สช. มารวมกันว่าจะขึ้นกับ สป. หรือ สพฐ. 2) อาจจัดตั้งในรูปแบบองค์การมหาชนโดยรวม สสวท. เข้ามาด้วยเพื่อดูแลในภาพรวม อย่างไรก็ตามในระดับเขตพื้นที่การศึกษาหรือระดับจังหวัด เห็นควรจะต้องกำหนดให้มีศึกษานิเทศก์เข้ามาดูแลด้วย  โดยจะต้องพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเป็นศึกษานิเทศก์ และความก้าวหน้าของสายงานศึกษานิเทศก์ด้วย

    2) การปรับปรุงมาตรฐานหนังสือและตำราเรียน  ที่ประชุมได้หารือถึงเรื่องหนังสือเรียนในโครงการหนังสือเรียนฟรี ซึ่งปัจจุบันมีครูจำนวนมากยังคงสอนตามคู่มือและแบบฝึกการสอน ไม่ได้ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งบางครั้งก็ไม่เหมาะสมต่อสภาพการเรียนรู้หรือบริบทของผู้เรียนแต่ละคน ที่ประชุมจึงมีแนวคิดที่จะทบทวนระบบการตรวจสอบหนังสือและตำราเรียนที่อนุญาตให้สำนักพิมพ์เอกชนต่าง ๆ จัดพิมพ์จำหน่าย เพราะที่ผ่านมาต้นสังกัดจะตรวจเฉพาะหนังสือเรียนเท่านั้น แต่ต่อไปจะปรับเป็นการตรวจรวมไปถึงคู่มือครู แบบฝึกหัด แผนการเรียนรู้ และแผนการจัดประสบการณ์ด้วย เพื่อให้มีคุณภาพมาตรฐานและให้มีความเชื่อมโยงระหว่างหลักสูตรทุกระดับ รวมทั้งการประเมินต้องเชื่อมโยงกับ สทศ.ด้วย โดยจะเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2561


    สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

    นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา แถลงผลในส่วนของ สอศ. ว่าได้รายงานความก้าวหน้าให้ที่ประชุมรับทราบใน 2 เรื่องที่สำคัญ ดังนี้

    1) การจัดกิจกรรมแสดงความจงรักภักดี และร่วมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลเพื่อร่วมน้อมเกล้าฯ ถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  โดยจะจัดกิจกรรมแสดงพลังนักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษาพร้อมกันทั่วประเทศ 999,999 คน ในวันพุธที่ 9 พฤศจิกายน 2559 ตั้งแต่เวลา 9.09 น. ในสถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐและเอกชนทุกแห่งทั่วประเทศ หรือในแต่ละพื้นที่อาจจัดรวมกันได้ตามความเหมาะสม พร้อมทั้งจะมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง ETV/NBT จากวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี โดยมี รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน โดยในภาคเช้าจะเป็นการปฏิญาณตนของนักเรียนนักศึกษาอาชีวะพร้อมกันทั่วประเทศ และรับฟังโอวาทจาก รมว.ศึกษาธิการ จากนั้นจะจัดให้มีกิจกรรมจิตอาสาและการบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ เช่น ทาสีสถานที่สำคัญ ทาสีฟุตปาธ (Footpath) เดินสายไฟ ซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นต้น โดย รมว.ศึกษาธิการ ได้เน้นย้ำให้ทำงานแบบมืออาชีพ เช่น หากจะทาสี ควรต้องขูดลอกสีเก่าก่อนจะทาสีใหม่ เป็นต้น และเด็กอาชีวะจะได้ใส่เสื้อบำเพ็ญประโยชน์“อาชีวะอาสา” ให้เป็นแบบเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนได้เห็นภาพการทำงานด้วยจิตอาสาของผู้เรียนอาชีวะได้อย่างชัดเจน และนำไปสู่การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้อาชีวศึกษาและโครงการสานพลังประชารัฐด้วย

    2) การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุอุทกภัย ซึ่งขณะนี้ยังคงมีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศ ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ มีความเป็นห่วงในความเดือดร้อนของประชาชน จึงมอบ สอศ. จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือในวิทยาลัยเทคนิค เพื่อให้บริการช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่นั้นๆ อย่างเร่งด่วนด้วย

     สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

    นายบุญรักษ์ ยอดเพชร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แถลงผลในส่วนของ สพฐ. ว่าได้รายงานความก้าวหน้าให้ที่ประชุมรับทราบใน 3 เรื่องที่สำคัญ ดังนี้

    1) โครงการตรวจเลือดครูผู้สอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ชั้น ม.1-3 จำนวน 2 หมื่นคน โดยสพฐ.และ สสวท. ได้กำหนดการสอบวัดความรู้ออนไลน์ครูผู้สอนทั้ง 2 วิชา ในวันที่ 22 เมษายน 2560 หากครูรายใดที่สอนทั้งสองวิชา จะให้เลือกทดสอบวิชาใดวิชาหนึ่ง หรือหากต้องการจะทดสอบทั้งสองวิชาก็ได้ หลังจากนั้นครูแต่ละรายจะได้รับทราบผลการทดสอบวัดความรู้ของตนเองโดยใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก แต่ในส่วนของโรงเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด สามารถนำข้อมูลผลการทดสอบดังกล่าวไปวางแผน/เปรียบเทียบเพื่อยกระดับการศึกษาต่อไปได้ ทั้งนี้ สพฐ.ได้ชี้แจงทำความเข้าใจให้กับครูทั่วประเทศถึงประโยชน์ของการจัดทดสอบดังกล่าวแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนาครูครั้งสำคัญของประเทศ โดย สพฐ. จะแจ้งไปยัง สช.และ กทม. เพื่อให้ครูในสังกัดดังกล่าวเข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้พร้อมกันด้วย สำหรับครูที่ได้รับคะแนนทดสอบในระดับดีมาก สพฐ.และ สสวท.จะนำไปเป็นครูต้นแบบ ซึ่งจะมีผลถึงความก้าวหน้าในการประเมินเพื่อมี หรือเลื่อน หรือคงวิทยฐานะต่อไป ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านการทดสอบจะจัดให้มีการซ่อมเสริมด้วยตนเองภายใน 1 ภาคเรียน เพื่อทดสอบซ้ำอีกครั้งในช่วงเดือนตุลาคม 2560 แต่หากไม่ผ่านการทดสอบจริง ๆ อาจแนะนำให้ไปสอนในวิชาอื่น ๆ

    2) การจัดกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศลเพื่อร่วมน้อมเกล้าฯ ถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร ครบรอบ 50 วัน ในวันที่ 1 ธันวาคม 2559 โดยจะมีกิจกรรมที่สำคัญ เช่น กิจกรรมการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีของนักเรียน 7 ล้านคน และครู สพฐ. 4 แสนกว่าคน พร้อมกันทั่วประเทศ รวมทั้งจะมีกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การทำบุญเลี้ยงพระเพื่ออุทิศส่วนกุศลถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กิจกรรมการบวชสามเณรและศีลจาริณีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ รวมทั้งกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ด้วย

    3) โครงการโรงเรียนดีใกล้บ้าน  ในสัปดาห์หน้าจะมีทีมงาน สพฐ. ลงไปพื้นที่ทั้ง 4 ภูมิภาค เพื่อทำข่าวและจัดทำสกู๊ปเพื่อรายงานความก้าวหน้าในเรื่องนี้ต่อคณะรัฐมนตรี โดย รมว.ศึกษาธิการ ขอให้รายงานถึงสภาพและปัญหาต่าง ๆ ของการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กด้วย

     สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)

    นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบ

    1) กิจกรรมการช่วยเหลือประชาชนเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเพื่อร่วมน้อมเกล้าฯ ถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตามโครงการ “ทำดีเพื่อพ่อ” จิตอาสาบริการอาหารและเครื่องดื่มแก่ประชาชน นอกจากนี้ได้รายงานเกี่ยวกับปัญหาขยะในพื้นที่บริเวณสนามหลวงซึ่งมีมากถึง 80 ตัน/วัน  สกอ. จึงจะปรับกิจกรรมให้เหมาะสมมากขึ้นเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องขยะ

    2) การสอบตามโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้มีจำนวนผู้สละสิทธิ์บางส่วน และได้เข้ารับการบรรจุแต่งตั้งแล้วจำนวน 3,309 คน สำหรับครูบางรายที่ยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู บางรายอาจจะต้องรอการดำเนินการจากคุรุสภาซึ่งใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน อาจจะต้องไปทดลองการสอนก่อน ทั้งนี้ จะหารือกับคุรุสภาในประเด็น ป.บัณฑิต หลักสูตร 2 ปี ด้วย

    สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.)

    นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบถึงความก้าวหน้าเกี่ยวกับการที่ ก.ค.ศ.ได้เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์ฯ การคัดเลือกและพัฒนาบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สพฐ. พร้อมกำหนดกรอบระยะเวลาในการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาและครู สพฐ. ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 โดย รมว.ศึกษาธิการ ได้เน้นให้กระบวนการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ควรเป็นเรื่องที่จะให้ผู้บริหารสามารถนำไปใช้ในเวลา 1 ปี รวมทั้งแสดงให้เห็นตัวอย่างการดำเนินการทางวินัยและเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต

    สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)

    นายกฤตชัย อรุณรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบการทำงานร่วมกับผู้แทนรัฐบาลพิเศษ (คปต.ส่วนหน้า) ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งการจัดกิจกรรมที่สำคัญ 4 กิจกรรมสำหรับเด็กและเยาวชนใน จชต. คือ การเปิดโลกทัศน์ให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ จชต.ไปศึกษาแหล่งเรียนรู้ในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ, โครงการติวเตอร์, การพัฒนาผู้บริหารทุกระดับทุกประเภท, ความร่วมมือกับชุมชนด้านกีฬาและความร่วมมือกับมาเลเซียด้านกิจการลูกเสือ

    สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.)

    นายประเสริฐ หอมดี รองเลขาธิการ กศน. ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบ 2 เรื่อง คือ

    1) การให้การช่วยเหลือครู กศน. ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเสียชีวิตเมื่อเร็ว ๆ นี้ จำนวน 1 ราย โดยได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ สกสค. และจังหวัด เพื่อมอบเงินช่วยเหลือต่าง ๆ เช่น ชพค., เงินทดแทนอื่น ๆ ในเบื้องต้นแล้วจำนวน 2 ล้านกว่าบาท สำหรับครูที่ได้รับบาดเจ็บทุกรายก็ได้รับการรักษาจนปลอดภัยแล้ว โดย รมว.ศึกษาธิการ ขอให้ กศน. ประสานกับ สกสค. ในการเข้าไปดูแลช่วยเหลือครูที่บาดเจ็บอย่างเหมาะสมต่อไปด้วย

    2) การจัดกิจกรรมย้อมผ้า ทำอาหาร ทำริบบิ้น  โดย รมว.ศึกษาธิการ ขอให้เน้นการทำอาหาร โดยมีการแต่งกายและรักษาความความสะอาดและรสชาติที่ดี ส่วนกิจกรรมการย้อมผ้านั้น ขอให้ความสำคัญกับการกำจัดน้ำทิ้งจากการย้อมผ้าดำในพื้นที่ต่าง ๆ ด้วย ซึ่งก็ได้รับทราบว่าศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษากาญจนบุรีได้นำถังบำบัดน้ำเสียดังกล่าวมาให้บริการที่ส่วนกลางด้วย

     รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า สกสค. ได้สรุปผลสอบประเด็นบริษัทบิลเลียนฯ แล้ว คาดว่าจะแถลงข่าวให้สาธารณชนรับทราบได้ภายในสัปดาห์หน้า หลังจากนั้นจึงจะดำเนินการในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบริษัทหนองคายน่าอยู่ฯ ต่อไป

    นอกจากนี้ ได้ย้ำให้หน่วยงานต่าง ๆ กำชับให้ผู้บริหาร ข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา ประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็กและเยาวชนในเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแต่งกาย การปลูกจิตสำนึกความเป็นไทย ฯลฯ อันจะส่งผลถึงการนำไปสู่การปฏิบัติของข้าราชการ ตลอดจนนักเรียนนักศึกษาและประชาชนต่อไปด้วย

    ที่มา : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

    - แสดงความคิดเห็น -