สพฐ.ดันร.ร.สอ...

    สพฐ.ดันร.ร.สอนเด็กคิดเลขเร็วด้วย ‘เวทคณิต’ ผุดกิจกรรมบังคับ’ประวัติศาสตร์-ภูมิศาสตร์’

    858
    0

    เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายพะโยม ชิณวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้านโยบายเร่งด่วนที่พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ให้สพฐ.ดำเนินการ โดยเฉพาะปรับเนื้อหาวิชาประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ ให้มีความเข้มข้นขึ้น ซึ่งในส่วนของวิชาประวัติศาสตร์นั้น โครงสร้างหลักสูตรกำหนดให้เรียนสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง แต่เพื่อช่วยให้ครูสามารถจัดการเรียนการสอนได้เข้มข้นขึ้น ทางสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (สวก.) จะทำคู่มือจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์สำหรับครู และจัดหาหนังสืออ่านนอกเวลาให้ด้วย ส่วนการเรียนภูมิศาสตร์ ยังคงอยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมเช่นเดิม แต่ สพฐ.จะทำหลักสูตรให้ชัดเจนขึ้น กำหนดว่าหัวใจสำคัญของเรื่องภูมิศาสตร์ที่เด็กจะต้องเรียนรู้มีอะไรบ้าง อาทิ แผนที่และภูมิศาสตร์ สภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ สิ่งแวดล้อม เป็นต้น รวมถึงจะกำหนดให้โรงเรียนใช้ช่วงเพิ่มเวลารู้ ตามโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิชาประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์เป็นฐานด้วย อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีว่าการศธ. ต้องการให้ สพฐ.กำหนดกิจกรรมในช่วงเพิ่มเวลารู้ กิจกรรมใดเป็นกิจกรรมบังคับที่เด็กทุกคนต้องร่วม กิจกรรมใดเป็นกิจกรรมเลือก ซึ่งสพฐ.ก็จะกำหนดให้กิจกรรมในวิชาประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ รวมถึงกิจกรรมสร้างสาธารณประโยชน์เป็นกิจกรรมบังคับที่เด็กต้องเข้าร่วม

    “ส่วนเรื่องฟื้นการท่องสูตรคูณและคิดเลขเร็ว ปกติการท่องสูตรจะเริ่มตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 2 ตรงนี้จะทำให้เข้มแข็งขึ้น โดยจะรื้อฟื้นให้เด็กต้องท่องสูตรคูณได้ตั้งแต่แม่ 1- แม่ 12 ส่วนเด็กที่โตขึ้นระดับมัธยมศึกษาจะต้องท่องสูตรคูณได้ถึงแม่ 25 เป็นต้น ส่วนการคิดเลขเร็ว จะมีการแจกแบบฝึกหัดให้โรงเรียน และส่วนหนึ่งจะแขวนไว้บนเว็บไซต์ให้โรงเรียนดาวน์โหลดไปใช้งาน ซึ่งแบบฝึกหัดบางชุดจะแยกตามศักยภาพของนักเรียนด้วย ขณะเดียวกันสพฐ.กำลังศึกษาเกี่ยวกับเวทคณิต ซึ่งเป็นการคิดเลขเร็วแบบอินเดีย โดยกำลังจะเริ่มนำมาทดลองใช้ในบางโรงเรียน และอนาคตอาจจะขยายผลไปใช้กับโรงเรียนทั่วประเทศ”รองเลขาธิการกพฐ.กล่าว.

    ที่มา : มติชน

    - แสดงความคิดเห็น -