หน้าแรก ข่าวการศึกษา “ตวง...

    “ตวง”จี้ปฏิรูปการสอนต้องให้เด็กคิดเอง

    253
    0

    ประธานกรรมาธิการการศึกษาฯ สนช. จี้ปฏิรูปการศึกษาเปลี่ยนวิธีจัดการเรียนการเรียน เลิกท่องจำ แต่สอนด้วยกระบวนให้เด็กหาคำตอบด้วยตนเอง

    วันนี้(29 ส.ค.)ดร.ตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวว่า จากการประชุมอบรมจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อเตรียมครูเป็นวิทยากร ให้แก่ครูโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้บริหารและครูโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัด(แห่งประเทศไทย)และสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว) ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้ให้ข้อคิดไว้ว่า การจะสร้างนวัตกรรมใหม่ตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ของนายกรัฐมนตรีได้นั้น ในส่วนของการศึกษาจะต้องปฏิรูปวิธีการเรียนการสอน มาเป็นแบบ Active Learning ซึ่งเป็นการฝึกให้เด็กได้ปฏิบัติและสรุปเป็นชุดความรู้ด้วยตัวเอง แต่ที่ผ่านมาในการปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทยได้เสียเวลาไปกับกระพี้ คือ สนใจแต่เรื่องการบรรจุแต่งตั้ง ปรับโครงสร้าง โดยไม่เคยคิดถึงการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ต้องมีทั้งทฤษฏีและปฏิบัติเพื่อให้เด็กได้ศึกษาค้นคว้าหาคำตอบด้วยตัวเอง

    “การจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันยังเน้นการท่องจำ ใครท่องได้มาก จำได้มาก ถือว่าเป็นคนเก่ง ถึงแม้เวลานี้จะมีครูและโรงเรียนจำนวนไม่น้อยที่พยายามสอนแบบ Active Learning แต่ก็ติดปัญหาที่หลักสูตรไม่เอื้อ เนื่องจากการจัดการเรียนการสอนยังต้องยึดหลักสูตร การวัดประเมินผลก็ต้องตามหลักสูตร ถ้าไม่เป็นไปตามหลักสูตรก็ไม่ผ่าน ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ”ดร.ตวง กล่าว

    ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธาน พว กล่าวว่า เราต้องทำให้ครูมีความเข้าใจการจัดการเรียนการสอนที่เน้นการคิดวิเคราะห์เพื่อให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กดีขึ้น โดยมีเป้าหมายว่าในปีต่อไปผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ระดับชั้น ป.6 ของเด็กอนุบาลประจำจังหวัดจะไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ซึ่งการจะไปถึงเป้าหมายได้ต้องมีการปรับการเรียนการสอนให้บทบาทการเรียนรู้ไปอยู่ที่ตัวเด็ก

    ด้านดร.สำเริง กุจิรพันธ์ นายกสมาคมผู้บริหารและครูโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัด(แห่งประเทศไทย) กล่าวว่า การเรียนการสอนแบบ Active Learning เป็นการเปลี่ยนการเรียนจากการท่องจำมาเป็นการเรียนด้วยกระบวนการ ซึ่งที่ผ่านมาโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัดหลายโรงดำเนินการแล้ว ผลที่ได้คือคะแนนโอเน็ตเด็ก ป.6 ของโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัดสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ คือ เด็กโรงเรียนอนุบาลฯคะแนนเฉลี่ยเกือบร้อยละ 60 ขณะที่ค่าเฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ร้อยละ 47 และยังมีเด็กโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัดทำคะแนนได้เต็มร้อยถึงเกือบ 1,000 คนอีกด้วย ดังนั้นทางสมาคมฯ และ พว จึงคิดว่าจะต้องสร้างให้ครูของโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัดเป็นแกนนำในการปรับกระบวนการเรียนการสอนขยายผลไปในโรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็กภายในจังหวัดและทั่วประเทศ เพื่อดึงค่าคะแนนโอเน็ตของเด็ก ป.6 ทั้งประเทศให้สูงขึ้นให้ได้…

    ที่มา : เดลินิวส์

    -คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ รอความเห็นอื่นก่อน แล้วแสดงความคิดเห็นได้เลย-