ก.ค.ศ.คลอดเกณฑ์ เอื้อย้ายเร็ว-สะดวก

2162

ก.ค.ศ.คลอดเกณฑ์ เอื้อย้ายเร็ว-สะดวก “พินิจศักดิ์” เผยบอร์ด ก.ค.ศ.ปรับปรุง 4 หลักเกณฑ์พิจารณาย้าย-คัดเลือกผู้บริหาร เปิดทางบุคลากรทางการศึกษาอื่นประเภททั่วไป นั่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการได้

วันนี้ (8 ส.ค.) นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆนี้ ที่ประชุม ก.ค.ศ.ซึ่งมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในส่วนของกรอบระยะเวลาในการพิจารณาย้ายใหม่ จากเดิม หลังเปิดให้ยื่นคำร้องขอย้าย วันที่ 1-15 ส.ค.เขตพื้นที่การศึกษาต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พ.ย. เป็นแล้วเสร็จภายในวันที่ 25 ต.ค.ก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2 เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์

เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การคัดเลือก ผอ.สถานศึกษา และ รองผอ.สถานศึกษา เพื่อใช้ในคัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษาในปี 2559 นี้เพียงปีเดียว โดยในการสอบภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป ของกลุ่มทั่วไปและกลุ่มประสบการณ์ ให้เพิ่มการทดสอบสมรรถนะทางการบริหารด้วย และให้มีระยะเวลาขึ้นบัญชีไว้ 1 ปี จากเดิมขึ้นบัญชีไว้ 2 ปี เนื่องจาก รมว.ศึกษาธิการ มีนโยบายจะปรับปรุงหลักเกณฑ์การคัดเลือกใหม่ครั้งใหญ่

นายพินิจศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมยังได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การย้ายผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และ รอง ผอ.สพท.จากที่กำหนดว่าการขอย้ายใน 4 กรณี คือ ขอย้ายปกติ ย้ายกรณีพิเศษ ย้ายเพื่อความเหมาะสม และ ย้ายเพื่อเกลี่ยอัตรากำลัง ผู้ขอย้ายทุกกรณีต้องให้ผู้บังคับบัญชาประเมินความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการบริหารจัดการ การรักษาวินัยและจรรยาบรรณ ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นอุปสรรคทำให้ขาดความคล่องตัว ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติให้ประเมินเฉพาะการขอย้ายกรณีปกติเท่านั้น ส่วนอีก 3 กรณีไม่ต้องประเมิน “ที่ประชุมได้อนุมัติหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค (2) ประเภททั่วไป เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ โดยให้กำหนดสัดส่วนอัตราว่างที่จะใช้ในการคัดเลือกและสอบแข่งขัน ในอัตรา 50:50 ทั้งนี้ ผู้ผ่านการคัดเลือกจะรับเงินเดือนอัตราเดิม แต่ไม่เกินขั้นสูงของประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ” เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าว

ที่มา : เดลินิวส์

=คิดอย่างไรกับเรื่องนี้=