ความก้าวหน้าการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษาในสถานศึกษา

ศึกษาธิการพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษาในสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน 2559ณ ห้องประชุม MOC โดยมี รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นางสาวอาภรณ์ แก่นวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา, ผศ.ดร.ยุวดี นาคะผดุงรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์, ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ, ผู้บริหารสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.), ผู้แทนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันคีนันแห่งเอเชีย เข้าร่วมประชุม

stem

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

การกำหนดนิยาม “สะเต็มศึกษา” (STEM Education)  คือ แนวทางการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และสามารถบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กระบวนการทางวิศวกรรม และคณิตศาสตร์ ในการเชื่อมโยงหรือแก้ปัญหาในชีวิตจริง รวมทั้งการพัฒนากระบวนการหรือผลผลิตใหม่ ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21

การกำหนดจุดมุ่งหมายของกิจกรรมสะเต็ม 4 ประการ  คือ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และสามารถบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กระบวนการทางวิศวกรรม และคณิตศาสตร์ ไปใช้เชื่อมโยงหรือแก้ไขปัญหาในชีวิตจริง, เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนากระบวนการหรือผลผลิตใหม่, เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 อาทิ ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม ตลอดจนการรู้เท่าทันสื่อ และเพื่อหล่อหลอมคุณลักษณะนิสัยที่ดีให้แก่ผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นความรับผิดชอบ ความมีวินัย ซื่อสัตย์ อดทนเป็นต้น

แนวทางการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษา  โดยจะมีการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติที่เน้นการคิดวิเคราะห์ ค้นคว้า เชื่อมโยง และบูรณาการองค์ความรู้ทุกศาสตร์ เพื่ออธิบายเหตุการณ์หรือตอบโจทย์ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิต และส่งเสริมการทำโครงงานวิทยาศาสตร์เชิงนวัตกรรมเพื่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ตลอดจนจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักต่อสภาพภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

ขั้นตอนการจัดการเรียนการสอนแนวสะเต็มศึกษา  จะจัดกิจกรรมในแต่ละชั้นปีให้สอดคล้องกับมาตรฐานและสาระการเรียนรู้ ใน 6 ขั้นตอน ได้แก่

ขั้นตอนที่ 1 ระบุปัญหาในชีวิตจริงที่พบ หรือนวัตกรรมที่ต้องการพัฒนา
ขั้นตอนที่ 2 รวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา หรือนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมนั้น
ขั้นตอนที่ 3
ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยเชื่อมโยงความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กระบวนการทางวิศวกรรม และคณิตศาสตร์
ขั้นตอนที่ 4
วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา หรือพัฒนานวัตกรรม

ขั้นตอนที่ 5 ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหา หรือนวัตกรรมที่พัฒนาได้
ขั้นตอนที่ 6
นำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา หรือผลของนวัตกรรมที่พัฒนาได้

เครือข่ายการดำเนินงานสะเต็มศึกษา  เป็นการร่วมกันดำเนินงานระหว่างศูนย์สะเต็มศึกษาภาค 13 แห่ง มหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง 13 แห่ง และมหาวิทยาลัยเครือข่ายสะเต็มศึกษา 25 แห่ง ได้แก่

ลำดับ ภูมิภาคจังหวัดโรงเรียนที่เป็นศูนย์มหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง
 1เหนือตอนบนเชียงใหม่ยุพราชวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
 2เหนือตอนล่างพิษณุโลกพิษณุโลกพิทยาคมมหาวิทยาลัยนเรศวร
 3ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน (1)อุดรธานีอุดรพิทยานุกูลมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
 4ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน (2)ขอนแก่นแก่นนครวิทยาลัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น
 5ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (1)นครราชสีมาสุรนารีวิทยามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
 6ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (2)อุบลราชธานีเบ็ญจะมะมหาราชมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
 7ตะวันออกชลบุรีชลราษฎรอำรุงมหาวิทยาลัยบูรพา
 8กลางตอนบนนนทบุรีศรีบุณยานนท์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
 9กลางตอนล่างนครปฐมพระปฐมวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศิลปากร
 10กรุงเทพฯ (1)กรุงเทพฯสามเสนวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหิดล
 11กรุงเทพฯ (2)กรุงเทพฯบดินทร์เดชา
(สิงห์ สิงหเสนี)
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
 12ใต้ตอนบนนครศรีธรรมราชเบญจมราชูทิศมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
 13ใต้ตอนล่างสงขลาหาดใหญ่วิทยาลัยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

เป้าหมายการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษาในโรงเรียน ขอให้มีการเชิญชวนโรงเรียนที่ดำเนินการสะเต็มศึกษาอยู่แล้ว รวมทั้งโรงเรียนที่อยู่ในโครงการสานพลังประชารัฐฯ และโรงเรียนอื่นๆ ที่มีความพร้อมมาเข้าร่วมด้วย โดยมอบให้คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษาทบทวนแนวทางการคัดเลือกโรงเรียนให้มีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งในเบื้องต้นตั้งเป้าจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษา ปีการศึกษา 2559 ในโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เขตพื้นที่การศึกษาละ 10 โรงเรียน รวม 2,250 โรงเรียน และกลุ่มครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในโรงเรียนเป้าหมาย 17,220 คน

ที่มา : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

=ร่วมแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์=

แท็ก
แสดงเพิ่มเติม
Close

ตรวจพบโปรแกรมบล็อคโฆษณา

ได้โปรดสนับสนุนเราด้วยการอนุญาติให้โฆษณาแสดงเถอะจ้ะ เพราะมันคือค่าน้ำชากาแฟของเรา