หน้าแรก ข่าวการศึกษา ความก้าวหน้าก...

    ความก้าวหน้าการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษาในสถานศึกษา

    1213
    0

    ศึกษาธิการพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษาในสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน 2559ณ ห้องประชุม MOC โดยมี รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นางสาวอาภรณ์ แก่นวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา, ผศ.ดร.ยุวดี นาคะผดุงรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์, ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ, ผู้บริหารสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.), ผู้แทนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันคีนันแห่งเอเชีย เข้าร่วมประชุม

    stem

    รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

    การกำหนดนิยาม “สะเต็มศึกษา” (STEM Education)  คือ แนวทางการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และสามารถบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กระบวนการทางวิศวกรรม และคณิตศาสตร์ ในการเชื่อมโยงหรือแก้ปัญหาในชีวิตจริง รวมทั้งการพัฒนากระบวนการหรือผลผลิตใหม่ ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21

    การกำหนดจุดมุ่งหมายของกิจกรรมสะเต็ม 4 ประการ  คือ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และสามารถบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กระบวนการทางวิศวกรรม และคณิตศาสตร์ ไปใช้เชื่อมโยงหรือแก้ไขปัญหาในชีวิตจริง, เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนากระบวนการหรือผลผลิตใหม่, เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 อาทิ ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม ตลอดจนการรู้เท่าทันสื่อ และเพื่อหล่อหลอมคุณลักษณะนิสัยที่ดีให้แก่ผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นความรับผิดชอบ ความมีวินัย ซื่อสัตย์ อดทนเป็นต้น

    แนวทางการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษา  โดยจะมีการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติที่เน้นการคิดวิเคราะห์ ค้นคว้า เชื่อมโยง และบูรณาการองค์ความรู้ทุกศาสตร์ เพื่ออธิบายเหตุการณ์หรือตอบโจทย์ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิต และส่งเสริมการทำโครงงานวิทยาศาสตร์เชิงนวัตกรรมเพื่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ตลอดจนจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักต่อสภาพภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

    ขั้นตอนการจัดการเรียนการสอนแนวสะเต็มศึกษา  จะจัดกิจกรรมในแต่ละชั้นปีให้สอดคล้องกับมาตรฐานและสาระการเรียนรู้ ใน 6 ขั้นตอน ได้แก่

    ขั้นตอนที่ 1 ระบุปัญหาในชีวิตจริงที่พบ หรือนวัตกรรมที่ต้องการพัฒนา
    ขั้นตอนที่ 2 รวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา หรือนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมนั้น
    ขั้นตอนที่ 3
    ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยเชื่อมโยงความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กระบวนการทางวิศวกรรม และคณิตศาสตร์
    ขั้นตอนที่ 4
    วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา หรือพัฒนานวัตกรรม

    ขั้นตอนที่ 5 ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหา หรือนวัตกรรมที่พัฒนาได้
    ขั้นตอนที่ 6
    นำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา หรือผลของนวัตกรรมที่พัฒนาได้

    เครือข่ายการดำเนินงานสะเต็มศึกษา  เป็นการร่วมกันดำเนินงานระหว่างศูนย์สะเต็มศึกษาภาค 13 แห่ง มหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง 13 แห่ง และมหาวิทยาลัยเครือข่ายสะเต็มศึกษา 25 แห่ง ได้แก่

    ลำดับ  ภูมิภาค จังหวัด โรงเรียนที่เป็นศูนย์ มหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง
     1 เหนือตอนบน เชียงใหม่ ยุพราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
     2 เหนือตอนล่าง พิษณุโลก พิษณุโลกพิทยาคม มหาวิทยาลัยนเรศวร
     3 ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน (1) อุดรธานี อุดรพิทยานุกูล มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
     4 ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน (2) ขอนแก่น แก่นนครวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
     5 ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (1) นครราชสีมา สุรนารีวิทยา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
     6 ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (2) อุบลราชธานี เบ็ญจะมะมหาราช มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
     7 ตะวันออก ชลบุรี ชลราษฎรอำรุง มหาวิทยาลัยบูรพา
     8 กลางตอนบน นนทบุรี ศรีบุณยานนท์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
     9 กลางตอนล่าง นครปฐม พระปฐมวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร
     10 กรุงเทพฯ (1) กรุงเทพฯ สามเสนวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล
     11 กรุงเทพฯ (2) กรุงเทพฯ บดินทร์เดชา
    (สิงห์ สิงหเสนี)
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
     12 ใต้ตอนบน นครศรีธรรมราช เบญจมราชูทิศ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
     13 ใต้ตอนล่าง สงขลา หาดใหญ่วิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

    เป้าหมายการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษาในโรงเรียน ขอให้มีการเชิญชวนโรงเรียนที่ดำเนินการสะเต็มศึกษาอยู่แล้ว รวมทั้งโรงเรียนที่อยู่ในโครงการสานพลังประชารัฐฯ และโรงเรียนอื่นๆ ที่มีความพร้อมมาเข้าร่วมด้วย โดยมอบให้คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษาทบทวนแนวทางการคัดเลือกโรงเรียนให้มีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งในเบื้องต้นตั้งเป้าจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษา ปีการศึกษา 2559 ในโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เขตพื้นที่การศึกษาละ 10 โรงเรียน รวม 2,250 โรงเรียน และกลุ่มครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในโรงเรียนเป้าหมาย 17,220 คน

    ที่มา : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

    -คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ รอความเห็นอื่นก่อน แล้วแสดงความคิดเห็นได้เลย-