เครือข่ายผู้ปกครองจี้แก้ไขร่างรธน.มาตรา54

สมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ ชี้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ มาตรา 54 รัฐจัดให้เรียนถึง ม.3จะส่งผลเด็กม.ปลาย และ ปวช.เสียสิทธิเรียนฟรีที่เคยได้รับ ยื่น ศธ.-สนช.แก้ไขร่าง

วันนี้ (4 เม.ย.) ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)นายคมเทพ ประภายนต์ นายกสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ พร้อมด้วย พ.ท.พ.ญ. กมลพรรณ ชีวพันธุศรี เลขาธิการสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองฯ ได้ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อเสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อกรณีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธาน ได้แถลงสาระสำคัญของ ร่าง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับลงประชามมติ) ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในหมวดที่ 5 มาตรา 54 ระบุว่า “รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ อย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย”

นายคมเทพ กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่รอทำการประชามติในวันที่ 7 ส.ค.2559 นั้น มาตรา 54 ที่กำหนดให้รัฐจัดการศึกษาฟรี 12 ปี หรือจนถึง ม.3 นั้น จะส่งผลกระทบต่อสิทธิทางการศึกษาของเด็กอย่างมาก โดยเฉพาะระดับม.ปลาย และ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และยังขัดต่อหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ในข้อ 26 (1) ที่รัฐซึ่งเป็นภาคีขององค์การสหประชาชนต้องยึดถึงและปฏิบัติตามด้วย ทั้งนี้ ในอดีตที่ผ่านมามีการให้สิทธิกับเด็กในการได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานตั้งแต่ ป.1-ม.6 ซึ่งสอดคล้องกับหลักปฏิญญาสากล แต่ในร่าง รัฐธรรมนูญฉบับนี้สิ่งที่ขาดหายไปคือคำว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิ” และคำว่า “การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน” แต่มีคำว่า “ภาคบังคับ” แทน ซึ่งการกำหนด 12 ปี คือ อนุบาลถึง ม.3 ถือว่าขัดต่อเจตนารมณ์ปฏิญญาสากล และ ผิดจารีตประเพณีที่เคยปฏิบัติมา

“หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านจะเกิดปัญหาทันที เพราะเด็กระดับ ม.ปลาย และ ปวช.จะถูกลอยแพทันที สิทธิทางการศึกษาที่ควรได้รับจะหมดไป หากผู้เกี่ยวข้องไม่เร่งแก้ไข และปล่อยไว้อนาคตจะเกิดความเสียหายกับเด็กไทยประมาณ 14 ล้านคน และประชาชนอีก 60 ล้านคน โดยเฉพาะปัญหาเด็กออกกลางคันจะพุ่งสูงขึ้นมาก ” นายคมเทพ กล่าวและว่า จากนี้สมาคมเครือข่ายผู้ปกครองฯ จะไปยื่นข้อเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอให้มีการทบทวนและแก้ไขในประเด็นดังกล่าว

ด้าน พ.ท.พญ.กมลพรรณ กล่าวว่า แม้ว่าในร่างรัฐธรรมนูญ จะกำหนดให้มีการจัดตั้งกองทุนการศึกษา เพื่อดูแลเด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ แต่เชื่อว่าชาวบ้านจะเข้าถึงได้ยาก และเรื่องของสิทธิทางการศึกษา คือ สิ่งที่ไม่ปรากฏอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เท่ากับว่าเด็ก ม.ปลาย และ ปวช.จะไม่ได้รับสิทธิทางการศึกษา ในขณะที่เวลานี้รัฐบาลระบุว่าต้องการส่งเสริมให้การเรียนต่อในสายอาชีพ แต่กลายเป็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดจัดการศึกษาให้แค่ม.3 และเด็กกลุ่มนี้ คือ เด็กที่จะเข้าสู่การเรียนสายอาชีพ ดังนั้น ต่อไปเด็กและผู้ปกครองกลุ่มนี้ก็จอาจจะเจอปัญหาว่าต้องมีภาระค่าใช้จ่ายการศึกษาที่อาจจะมากขึ้น เพราะไม่มีเพดานค่าเล่าเรียนกำหนดไว้ ซึ่งจะคล้ายกับกรณีมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ

“ถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ผ่านต่อไปค่าเรียนของระดับ ม.ปลาย และ อาชีวศึกษา จะต้องพุ่งสูงมากขึ้น ซึ่งอาจไม่เห็นชัดในปีแรก แต่เมื่อ 3-4 ปีผ่านไปจะเกิดปัญหาแน่นอน และการที่รัฐระบุว่าไม่มีงบประมาณเพียงพอ แท้จริงแล้วควรต้องหันไปดูว่างบประมาณของ ศธ.เกือบ 5 แสนล้านนั้น ถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างคุ้มค่าหรือไม่ หรือ หมดไปกับการจัดอีเวนท์ ก็ควรจะไปแก้ไขในส่วนที่ไม่ส่งเสริมการจัดคุณภาพการศึกษามากกว่า อย่างไรก็ตามอยากเสนอว่าควรจะดำเนินการแก้ไขในมาตรา 54 โดยเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาปรับแก้ไข”พ.ท.พญ.กมลพรรณ กล่าว.“

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/education/389786

=ร่วมแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์=

แท็ก
แสดงเพิ่มเติม
Close

ตรวจพบโปรแกรมบล็อคโฆษณา

ได้โปรดสนับสนุนเราด้วยการอนุญาติให้โฆษณาแสดงเถอะจ้ะ เพราะมันคือค่าน้ำชากาแฟของเรา