มติ ครม. ที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา 1 มีนาคม 2559

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 96/2559
ครม.
อนุมัติกฎกระทรวงการจัดการศึกษาในศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการและอนุมัติร่าง พ.ร.บ.กองทุนเพื่อการศึกษา

ศึกษาธิการ – ผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 1 มีนาคม 2559 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ คือ อนุมัติร่างกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิการจัดการศึกษาในศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการ และอนุมัติร่างพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อการศึกษา

อนุมัติร่างกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิการจัดการศึกษาในศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการ

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิการจัดการศึกษาในศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการ พ.ศ. …. โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

  1. กำหนดคำนิยาม “คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการระดับจังหวัด และ “ผู้จัดการศึกษา” หมายความว่า ผู้ยื่นคำขอจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เฉพาะความพิการไม่ว่าบุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ สถาบันสังคมอื่นหรือผู้ใดที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการให้จัดตั้งศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการ
  2. กำหนดให้ผู้จัดการศึกษา อาจจัดการศึกษาสำหรับคนพิการทั้งนอกระบบและตามอัธยาศัย รวมถึงการให้บริการการฟื้นฟูสมรรถภาพ พัฒนาศักยภาพในการดำรงชีวิตอิสระ พัฒนาทักษะพื้นฐานที่จำเป็น ฝึกอาชีพ และจัดกิจกรรมการศึกษาสำหรับคนพิการ โดยจัดตั้งศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการให้มีความยืดหยุ่น คล่องตัว และตอบสนองวัตถุประสงค์ของศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการ
  3. กำหนดให้ผู้จัดการศึกษายื่นคำขอเป็นหนังสือต่อคณะอนุกรรมการ พร้อมทั้งแนบแบบคำขอที่สำนักงานกำหนด และแผนการจัดการศึกษาของศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการ โดยให้แผนการจัดการศึกษามีรายการตามกำหนด
  4. กำหนดให้คณะกรรมการศูนย์การเรียนรู้เฉพาะความพิการ กำหนดนโยบายการบริหารและการจัดการศึกษาให้เหมาะสมกับสภาพผู้เรียนและสอดคล้องกับนโยบายแผนการศึกษาแห่งชาติ และมาตรฐานการศึกษาของชาติ รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุน กำกับและดูแลระบบการประเมินคุณภาพ
  5. กำหนดให้มีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ ตามสภาพจริงของพัฒนาการของผู้เรียนเป็นรายบุคคล ทั้งนี้ให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการกำหนด กรณีที่มีการจัดการเรียนรู้ร่วมกับสถานศึกษาอื่น ให้มีการวัดผลและประเมินผลร่วมกัน
  6. กำหนดให้ศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการออกหลักฐานทางการศึกษา แก่ผู้เรียนหรือผู้สำเร็จการศึกษาจากศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการตามหลักศูนย์ของศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการนั้น
  7. กำหนดให้ศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการได้รับสิทธิประโยชน์ด้านเงินอุดหนุน สิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใด จากรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรเอกชนอื่นสำหรับการจัดการศึกษาได้
  8. การเลิกศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการ ให้ผู้จัดการศึกษาร่วมกับสำนักงานจัดหาศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการหรือสถานศึกษาอื่นให้แก่ผู้เรียน โดยให้สำนักงานเรียกคืนเงินอุดหนุนหรือเงินช่วยเหลืออื่น ๆ ของรัฐ ที่ยังคงเหลืออยู่จากศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการที่เลิก เพื่อนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

อนุมัติร่างพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อการศึกษา

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อการศึกษา พ.ศ. ….. โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

  1. กำหนดให้มีกองทุนเพื่อการศึกษา มีฐานะเป็นนิติบุคคล ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีงบประมาณ อยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง โดยมีวัตถุประสงค์แก่นักเรียนนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ นักเรียนนักศึกษาที่ศึกษาในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลัก ซึ่งมีความชัดเจนของการผลิตกำลังคนและมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ นักเรียนนักศึกษาที่ศึกษาในสาขาวิชาขาดแคลนหรือสาขาที่กองทุนมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ และให้แก่นักเรียนนักศึกษาที่เรียนดีเพื่อสร้างความเป็นเลิศ โดยนักเรียนนักศึกษาผู้กู้ยืมเงินมีหน้าที่ต้องคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ได้รับไปทั้งหมดคืนให้กองทุน
  2. กำหนดให้มีคณะกรรมการกองทุนเพื่อการศึกษา โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน มีผู้จัดการเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้คณะกรรมการมีหน้าที่กำหนดนโยบายและกรอบแนวทางในการดำเนินงาน กำหนดระเบียบและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน
  3. กำหนดให้มีสำนักงานกองทุน ทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการ และดำเนินงานต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของกองทุนและนโยบายของคณะกรรมการรวมทั้งประสานงานกับส่วนราชการและองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  4. กำหนดให้มีผู้จัดการกองทุน มีอำนาจหน้าที่บริหารและจัดการเงินกองทุนเพื่อการศึกษา ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด โดยผู้จัดการสามารถจ้างสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลใด ๆ ตามความเหมาะสมเพื่อทำหน้าที่แทนกองทุนในการบริหารและจัดการการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาและการดำเนินการติดตามเร่งรัดการชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา
  5. กำหนดให้คณะกรรมการกองทุน กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขสำหรับสถานศึกษาที่จะเข้าร่วมดำเนินงานให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยให้มีคณะอนุกรรมการกำกับและประเมินสถานศึกษาที่เข้าร่วมดำเนินงานให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา มีหน้าที่ติดตามตรวจสอบและกำกับดูแลสถานศึกษา
  6. กำหนดให้นักเรียนหรือนักศึกษาผู้ประสงค์จะขอกู้ยืมเงินกู้เพื่อการศึกษาประเภทใด ให้ยื่นคำขอต่อคณะกรรมการฯ สำหรับเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแต่ละประเภทนั้น และผู้กู้ยืมเงินต้องยินยอมให้กองทุนเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับการกู้ยืมเงินและการชำระเงินคืนกองทุน รวมถึงการให้ความยินยอมในขณะทำสัญญากู้ยืมเงิน
  7. กำหนดให้นักเรียนหรือนักศึกษาผู้กู้ยืมเงินที่สำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษาแล้ว มีหน้าที่ต้องชำระเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ได้รับไปคืนให้กองทุน ตามจำนวน ระยะเวลา และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด
  8. กำหนดให้เมื่อผู้กู้ยืมเงินเข้าทำงาน ในหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคล ทั้งภาครัฐและเอกชน ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่ส่งข้อมูลบุคลากรในสังกัดให้กองทุนตรวจสอบว่าเป็นผู้กู้ยืมเงินหรือไม่ และมีหน้าที่หักเงินได้พึงประเมินของผู้กู้ยืมเงินในลำดับเดียวกับหนี้ค่าภาษีอากร

ที่มา : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

=ร่วมแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์=

แสดงเพิ่มเติม
Close

ตรวจพบโปรแกรมบล็อคโฆษณา

ได้โปรดสนับสนุนเราด้วยการอนุญาติให้โฆษณาแสดงเถอะจ้ะ เพราะมันคือค่าน้ำชากาแฟของเรา