“บิ๊กหนุ่ย”ลั่นเอาจริงรื้อระบบทดสอบเด็ก

รมว.ศึกษาธิการ ลั่นถึงเวลาเอาจริงรื้อระบบการสอบวัดผลเด็ก ย้ำ สทศ.ต้องประเมินความยากง่ายของข้อสอบก่อนใช้ พร้อมเล็งปรับระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยใหม่

วันนี้ (11 ก.พ.) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงการปรับข้อสอบแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ว่า ได้มอบหมายให้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.ศึกษาธิการ ไปดำเนินการแก้ปัญหา ซึ่งก็ยอมรับว่าข้อสอบมีความยากเกินไปจริ โดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ต้องทำความเข้าใจกับสังคมอย่างชัดเจนด้วยว่า เมื่อข้อสอบยากแต่เด็กทำข้อสอบผ่านหรือไม่ โดยตนจะต้องหาคำตอบในเรื่องนี้และต้องรื้อระบบการประเมินใหม่แบบจริงจัง มิฉะนั้นเราจะทำงานการปฎิรูปการศึกษาแบบหลงทาง

โดยที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) พยายามหารือกับหน่วยงานการประเมินทั้งภายนอกและภายใน แต่หน่วยงานเหล่านี้เป็นองค์กรอิสระ จึงส่งผลให้ขาดความต่อเนื่องในการทำงาน แต่ต่อจากนี้ตนจะทำงานอย่างจริงจัง โดยเข้าไปประชุมร่วมกับ สทศ.และสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เพื่อวางแผนการทำงานร่วมกันให้มีความชัดเจนมากขึ้น

“ผมยังไม่สามารถตอบได้ว่าการออกข้อสอบวัดผลต่างๆของ สทศ.ทำให้เด็กได้คะแนนต่ำ เพราะเราไม่แน่ใจว่าเด็กที่ได้คะแนนต่ำจะมาจากการที่ครูสอนไม่ดี หลักสูตรไม่ดี หรือข้อสอบยาก เพราะทุกประเด็นเป็นไปได้หมด ดังนั้นผมต้องรับผิดชอบแก้ปัญหาเหล่านี้ และทำให้เกิดคุณภาพ ซึ่งการออกข้อสอบไม่ใช่มาประเมินความยากง่ายภายหลัง แต่ต้องมีการประเมินความยากง่ายก่อนการจัดทำข้อสอบ เพื่อหาข้อสอบที่เป็นกลางและเหมาะสมตามการเรียนรู้ของเด็กแต่ละช่วงวัยมากที่สุด แต่ก็เข้าใจว่า สทศ.น่าจะกังวลเรื่องการรักษาความลับของข้อสอบที่จะหลุดออกมาก่อนสอบ อย่างไรก็ตามผมมั่นใจว่าในปีการศึกษา 2559 ผลคะแนนการสอบต่างๆจะมีผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจนขึ้นอย่างแน่นอน” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

ต่อข้อถามว่า การเปิดข้อสอบเพื่อประเมินความยากง่ายให้เด็กรู้ข้อสอบก่อน จะเป็นการเอาใจเด็กเกินไปหรือไม่ พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การเอาใจเด็ก แต่เราต้องคิดทั้งสองด้านระหว่างครูและผู้เรียนด้วย ซึ่งหลักการออกข้อสอบต้องมีความยากง่ายผสมผสานกัน โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นการเปิดช่องให้ติวเตอร์มารู้ข้อมูล เพราะเราจะเปิดข้อสอบเฉพาะในกรอบที่คิดว่าเหมาะสมเท่านั้น อย่างไรก็ตามจากนี้ไปการออกข้อสอบ สทศ.จะต้องเข้ามาคุยกับ ศธ.ก่อนไม่ใช่ดำเนินการโดยไม่มีการวางแผน

พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ตนจะมาดูการปรับระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาให้สอดรับกับระบบการทดสอบต่างๆที่ค่อนข้างซ้ำซ้อนด้วย ซึ่งจะต้องไม่เป็นภาระเด็กมากจนเกินไปจนทำให้เด็กเครียดกับการสอบ ซึ่งตนมองว่าระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย จะต้องให้โอกาสคนจนได้เข้าถึงระบบการศึกษา และไม่ปิดกั้นเด็กที่มีศักยภาพ.“

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/education/379001

=ร่วมแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์=

แท็ก
แสดงเพิ่มเติม
Close

ตรวจพบโปรแกรมบล็อคโฆษณา

ได้โปรดสนับสนุนเราด้วยการอนุญาติให้โฆษณาแสดงเถอะจ้ะ เพราะมันคือค่าน้ำชากาแฟของเรา