แนะดึง TDRI มาจัดโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2558 หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้นำเสนอข่าวการสัมภาษณ์ของ ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะอนุกรรมการปรับปรุงแก้ไขพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และอนุกรรมการร่างแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2574เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ยกร่างปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติและจัดทำร่างแผนการศึกษาแห่งชาติ ไปแล้วเกือบร้อยละ 80เวลานี้จึงเหมาะสมแล้วที่ต้องพูดถึงเรื่องโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)เพื่อให้เหมาะสมกับกฎหมาย และแผนการศึกษาแห่งชาติที่กำลังจัดทำอยู่ทั้งนี้สาระหลักของพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และแผนการศึกษาแห่งชาติไม่ได้มองงานการศึกษาเป็นองค์กรหลัก หรือเป็นกรม แต่มองถึงภารกิจและกลุ่มเนื้องานซึ่งแบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มผู้กำหนดนโยบายและแผนการศึกษา เช่นสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 2.กลุ่มผู้กำกับการศึกษา ได้แก่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.)และสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) 3.กลุ่มผู้จัดการศึกษา ได้แก่ ภาครัฐองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วัด มูลนิธิ ภาคเอกชน4.กลุ่มผู้สนับสนุนการจัดการศึกษาเช่น สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน (สสค.) และ5.กลุ่มผู้สนับสนุนงบประมาณและทรัพยากร เช่น สำนักงบประมาณ และกองทุนต่างๆ“

“ ถึงเวลาแล้วที่ต้องพูดคุยถึงเรื่องโครงสร้างแต่สิ่งที่เราพบขณะนี้คือ ข้าราชการ ศธ. เกิดภาวะตื่นตระหนกกับโครงสร้างใหม่ทำให้ทุกคนคิดถึงแต่ตัวเองโดยเฉพาะเรื่องตำแหน่ง หรือ ซีจึงทำให้การปฏิรูปการศึกษาเรื่องอื่นๆ เงียบหายไป เช่น การปฏิรูปการเรียนรู้การลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ คุณภาพและการประเมินนอกจากนี้การให้ข้าราชการประจำปรับโครงสร้างของตัวเองจะไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นควรให้หน่วยงานหรือคนอื่นที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอเป็นผู้จัดโครงสร้าง แต่ให้ข้าราชการประจำได้เข้าไปมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย ”ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว.

—————-

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/education/360258

จริงๆแล้วเรื่องนี้ ก็ทำให้หลายคนวิตกพอสมควร เพราะว่า การกระจายอำนาจอันเป็นเป้าหมายเดิมได้เปลี่ยนไปเป็นศูนย์รวมอำนาจไว้ที่เดิม ข้อดีก็คือเป็นเอกภาพ สั่งการง่าย  เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ข้อเสียละ คงจะเป็นเรื่องของการทำงานที่ต้องรอการบัญชาการจากหน่วยเหนือ ขาดความคล่องตัวในการทำงาน จริงๆแล้ว หากได้คนที่มีความรู้เกี่ยวกับงานกระทรวงศึกษาธิการ ที่ทำงานอยู่ในวงการศึกษาระดับนักเรียนขาสั้นกันสักนิดคงจะได้รับรู้ปัญหากันมากขึ้น หรือสอบถามความคิดเห็นจากครูบ้างว่ามีปัญหาอะไร แต่นี่มันก็เข้าวังวนเดิมๆ คนทำไม่ได้คิด  คนคิดไม่ได้ทำ อีกร้อยปีมันก็ไม่สามารถปฎิรูปได้หรอกพี่น้องเอ๋ย

 

=ร่วมแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์=

แท็ก
แสดงเพิ่มเติม
Close

ตรวจพบโปรแกรมบล็อคโฆษณา

ได้โปรดสนับสนุนเราด้วยการอนุญาติให้โฆษณาแสดงเถอะจ้ะ เพราะมันคือค่าน้ำชากาแฟของเรา