ผอ.สมศ.มอบกุญแจ3ดอกไขคุณภาพเผย 1,755 โรงไม่ผ่านรอบ3แนะเร่งสร้างวัฒนธรรมคุณภาพ

ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ในงานประชุมวิชาการนานาชาติ "การประกันคุณภาพการศึกษา" ประจำปี 2557

ศ.ดร.ชาญณรงค์  พรรุ่งโรจน์  ผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ในงานประชุมวิชาการนานาชาติ “การประกันคุณภาพการศึกษา” ประจำปี 2557 ซึ่ง สมศ.จัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 14 ปี สมศ.ว่า การพัฒนาคุณภาพการศึกษาจะเกิดขึ้นจะต้องเริ่มจากการสร้างวัฒนธรรมคุณภาพซึ่งแต่ละประเทศมีวัฒนธรรมคุณภาพที่แตกต่างกันซึ่งสถานศึกษาจะต้องรู้วัฒนธรรมของตนเองแล้วร่วมกันสร้างวัฒนธรรมคุณภาพให้เกิดขึ้น โดยใช้กุญแจ 3 ดอก คือ จิตสำนึกคุณภาพ วิถีชีวิตคุณภาพ และการบริหารสถานศึกษาคุณภาพ โดยจิตสำนึกคุณภาพเกิดจากศิษย์และครูรู้สำนึกในหน้าที่และระเบียบวินัย ปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรฐานที่วางไว้ ผู้บริหารเองก็ต้องมีจิตสำนึกคุณภาพ หาก สมศ.ประเมินแล้วไม่ผ่านต้องสำรวจว่าสถานศึกษาของตนเองขาดวัฒนธรรมคุณภาพในเรื่องใด แล้วรีบปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เกิดคุณภาพตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยปัจจัยที่สะท้อนจิตสำนึกคุณภาพคือ คุณภาพของผู้เรียนที่เกิดจากการเรียนรู้ ตามเป้าหมายของหลักสูตร การเรียนการสอน การวัดและประเมินผล ความคาดหวังของผู้ปกครองและความต้องการของสังคม รวมทั้งการวัดและประเมินผลที่เป็นระบบโดยข้อสอบที่ได้มาตรฐาน และที่สำคัญต้องเป็นการประเมินเพื่อพัฒนา
ศ.ดร.ชาญณรงค์กล่าวว่า จากการประเมินของ สมศ. ที่ผ่านมามีโรงเรียนหลายแห่งที่ประสบความสำเร็จ อย่างเช่นโรงเรียนห้วยไร่หาดทรายมูล จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งในการประเมินรอบแรกและรอบสองไม่ผ่านรับรองมาตรฐาน ซึ่งพบว่าเกิดจากปัญหาเด็กอ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ ผู้บริหารโรงเรียนจึงหาวิธีการแก้ไข โดยนำการประกันคุณภาพภายในมาใช้ (PDCA) เริ่มจากการคัดกรองเด็กที่มีปัญหาเรื่องการเขียน การอ่าน แล้วบริหารจัดการครู สร้างความร่วมมือร่วมใจการสอนเสริมให้เด็กใน วิชาที่อ่อนและการทำงานร่วมกันอย่าง ใกล้ชิดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เมื่อ สมศ. ไปประเมินรอบสามโรงเรียนแห่งนี้สามารถยกระดับมาตรฐานขึ้นมาอยู่ในระดับคุณภาพดีมากได้สำเร็จ จนเป็นที่ยอมรับของผู้ปกครอง ชุมชน ถือเป็นแบบอย่างความสำเร็จที่เกิดขึ้น จากจิตสำนึกของผู้บริหารโรงเรียนอย่างแท้จริง” ศ.ดร.ชาญณรงค์กล่าว

“ที่ผ่านมามีเสียงสะท้อนเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษาออกมาค่อนข้างมาก ซึ่งน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีการนิยามการประกันคุณภาพการศึกษาออกไปในหลากหลายมิติ มองว่าการประกันคุณภาพการศึกษาเป็นภาระ เป็นความทุกข์ แต่หากมองอีกด้านว่าการประกันคุณภาพการศึกษาเป็นภารกิจก็จะเกิดคุณประโยชน์กับสถานศึกษานั้นๆ อย่างมาก ดังนั้นการประกันคุณภาพต้องทำควบคู่กันทั้ง IQA และ EQA คือ ประเมินด้วยความรู้ ความเข้าใจ ก็จะเป็นประโยชน์ต่องาน ผมมั่นใจว่าถ้าเราทุกคนมีจิตสำนึกคุณภาพ ร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศจนกลายเป็นวัฒนธรรมคุณภาพ จะทำให้การศึกษาของประเทศเรามีคุณภาพทัดเทียมนานาประเทศได้ไม่ยาก” ศ.ดร.ชาญณรงค์กล่าว

ผอ.สมศ.กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามซึ่งยังเหลือเวลาอีก 1 ปีที่ต้องประเมินให้เสร็จ พบว่าสถานศึกษาที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่ง สมศ. ได้ทำการเปรียบเทียบผลการประเมินแต่ละรอบของสถานศึกษาทุกแห่ง คือ กลุ่มโรงเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินทั้ง 3 รอบ มีจำนวน 1,755 แห่ง และกลุ่มที่ผ่านการประเมินฯ รอบสอง แต่รอบสามไม่ผ่านการประเมิน มีจำนวนถึง 9,418 แห่ง ทั้งสองกลุ่มนี้ต้นสังกัดจะต้องให้ความสำคัญและใกล้ชิดอย่างมาก ค้นหาสาเหตุและวางแนวทางแก้ไขเร่งด่วนที่สุด

=ร่วมแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์=

แท็ก
แสดงเพิ่มเติม
Close

ตรวจพบโปรแกรมบล็อคโฆษณา

ได้โปรดสนับสนุนเราด้วยการอนุญาติให้โฆษณาแสดงเถอะจ้ะ เพราะมันคือค่าน้ำชากาแฟของเรา