สพฐ.สะกิดสังคมช่วยดูแลเด็ก

ศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน รายงานผลการคุ้มครองช่วยเหลือนักเรียนในรอบ 8 เดือน พบเด็กจิตเวช 20,000 ราย และเด็กยากจนกว่า 9,000 ราย “กมล” ขอความร่วมมือทุกฝ่ายช่วยแก้ปัญหาให้ลดลง

วันที่ (12 ส.ค.)  ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยว่า ศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน(ฉก.ชน.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รายงานผลการดำเนินงานคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน ประจำปี 2558 ในรอบ 8 เดือน ระหว่างเดือนตุลาคม2557 ถึงเดือนพฤษภาคม2558 ว่าสามารถคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนได้ทั้งสิ้น 35,311 ราย โดยเป็นการดำเนินงานของศูนย์ระดับเขตพื้นที่ 35,259 ราย และส่วนกลาง 72 ราย ซึ่งแบ่งได้เป็น 4 ลักษณะ คือ

1.ถูกละเมิดทางเพศ 58 ราย

2.ความรุนแรง 318 ราย โดยมีทั้งกรณีเด็กกับเด็ก ครู/บุคลากรทางการศึกษากับเด็ก บุคลากรในครอบครัวกับเด็ก บุคคลอื่นกับเด็ก ฆ่าตัวตาย/ทำร้ายตัวเอง

3.ไม่ได้รับความเป็นธรรมทางการศึกษา 9,048 ราย เช่น ถูกให้ออกจากโรงเรียน การเก็บค่าใช้จ่ายไม่เหมาะสม ครูปฏิบัติไม่เป็นธรรม เด็กขาดโอกาสเรียน (ยากจน/ขาดผู้อุปการคุณ) และ

4.ลักษณะอื่น ๆ 25,880 ราย แบ่งเป็นจิตเวช(สมาธิสั้น/แอลดี) 23,146 ราย พฤติกรรมไม่เหมาะสม 2,054 ราย ตายจากอุบัติเหตุ 458 ราย ท้องไม่พร้อมโดยสมยอม 120 ราย ท้องไม่พร้อมโดยถูกละเมิด 3 ราย ตายจากการจมน้ำ 42 ราย ประสบภัย 36 ราย เสียชีวิตจากการป่วย 21ราย และอื่น ๆ 7 ราย

การที่ สพฐ.นำข้อมูลมาเปิดเผย เพราะเห็นว่าจำเป็นต้องให้สังคมได้รับทราบ และเพื่อให้ทุกคนตระหนักว่าต้องช่วยกันใส่ใจดูแล หากยังปิดบังข้อมูลอยู่ก็เท่ากับซุกปัญหาไว้ใต้พรม และปัญหาเหล่านี้ก็จะไม่ได้รับการแก้ไข ดังนั้นถ้าเราจริงใจที่จะแก้ไขปัญหา ก็ต้องเปิดเผยข้อมูลและเข้าไปแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เชื่อว่าจะทำให้ปัญหาลดน้อยลง รือมีทิศทางที่ดีขึ้นได้”เลขาธิการ กพฐ. กล่าวและว่า อย่างไรก็ตามเชื่อว่ากระบวนการจัดการปัญหาของ สพฐ.ที่ผ่านมา น่าจะเดินมาถูกทางแล้ว เช่น การกำหนดให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาหรือผู้ที่รับผิดชอบต้องไปถึงพื้นที่เกิดเหตุภายในวันนั้น และมีกระบวนการแก้ปัญหาที่เหมาะสมส่งผลให้ปัญหาต่าง ๆ ลดลง หรือ กรณีที่มีเด็กจมน้ำตายจำนวนมากในช่วงปิดเทอมหลายปีที่ผ่านมา แต่เมื่อ สพฐ.ทำโครงการว่ายน้ำเพื่อชีวิต สถิติการจมน้ำตายก็ลดลงไปมาก จากปีที่แล้วตายประมาณ  400 คน ก็เหลือเพียง 42 คน 

ขอบคุณที่มา : เดลินิวส์

=ร่วมแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์=

แท็ก
แสดงเพิ่มเติม
Close

ตรวจพบโปรแกรมบล็อคโฆษณา

ได้โปรดสนับสนุนเราด้วยการอนุญาติให้โฆษณาแสดงเถอะจ้ะ เพราะมันคือค่าน้ำชากาแฟของเรา