สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาประกาศรายชื่อครู รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี 11 ประเทศ

ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี กล่าวว่า ในการประชุมสามัญประจำปี 2558 ของคณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2558 ที่อาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประธานกิติมศักดิ์ เป็นประธานการประชุม ได้ให้ความเห็นชอบผลการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับรางวัลพระราชทาน “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 1″  ของ 10 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน และติมอร์-เลสเต รวมทั้งสิ้น 11 คน ดังนี้

1. บรูไนดารุสซาลาม  ได้แก่ มาดาม ฮาจา รัตนาวาติ บินติ ฮาจิ โมฮัมมัด ครูการศึกษาพิเศษโรงเรียนประถมศึกษา Keriam ผู้ริเริ่มการนำนวัตกรรมมาสอนเด็กพิการเรียนร่วมในรูปแบบต่างๆ โดยชักชวนผู้ปกครองและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมจนได้รับรางวัลครูดีเลิศจากสุลต่านแห่งบรูไน

2. ราชอาณาจักรกัมพูชา ได้แก่ นางสาวทอช บันดาว ครูสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษาใน Wat-Bo Primary School ครูที่เน้นการสอนโดยใช้นักเรียนเป็นศูนย์กลางผ่านเทคนิคสร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียน และให้ความสำคัญกับเด็กเรียนรู้ช้าโดยการสร้างเครื่องมือช่วยสอนเพื่อให้เด็กมีพัฒนาการเรียนรู้จนได้รับรางวัลชนะเลิศครูที่มีความโดดเด่นในระดับชาติ

3. สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ได้แก่ นายเฮอร์วิน ฮามิด ครูสอนวิทยาศาสตร์และหัวหน้าห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ โรงเรียน Junior High School Kendari มีผลงานโดดเด่นในการประยุกต์ใช้ Smart Phone เพื่อการศึกษา และพัฒนาสื่อการเรียนการสอนวิชาฟิสิกส์จนได้รับรางวัลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อส่งเสริมการศึกษาในระดับภูมิภาคของประเทศ

4. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้แก่ นางวงสัมพัน คำส้อย ครูสอนวิชาภาษาฝรั่งเศส ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และรัฐศาสตร์ โรงเรียนมัธยมเวียงจันทน์ เน้นการพัฒนานักเรียนที่มีผลการเรียนต่ำให้มีการพัฒนาตนเอง มีทักษะและมีคุณภาพชีวิตที่ดีโดยเน้นการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการปรับปรุงนักเรียน

5. มาเลเซีย ได้แก่ นายไซนุดดิน ซาคาเรีย ครูสอนเทคโนโลยีสารสนเทศ โรงเรียนมัธยม Taman Bukit Maluri ผู้พัฒนาหลักสูตร ICT ของกระทรวงศึกษาธิการมาเลเซีย และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นครูผู้สอนการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อเทคโนโลยีและการสื่อสารในระดับชาติ

6. สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้แก่ นางสาวยี มอน ซอร์ ครูระดับอาวุโส โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนหล่าย ทาร์ ยา ย่างกุ้ง สอนทั้งวิชาการและการประกอบอาชีพให้แก่ลูกศิษย์ จนมีความโดดเด่นได้รับการยอมรับอย่างมากจากเพื่อนครูและคนในชุมชน

7. สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ได้แก่ นายวิลเลียม โมราคา ครูใหญ่ Klolang Elementary School นักจัดการชั้นเรียนสมัยใหม่ให้แก่โรงเรียนชั้นประถมศึกษาและเป็นนักพัฒนานวัตกรรมผลิตสื่อการสอนต้นทุนต่ำให้แก่โรงเรียนที่อยู่พื้นที่ห่างไกลมาอย่างต่อเนื่อง

8. สาธารณรัฐสิงคโปร์ ได้แก่ นางหวัง ลิม ไอ่ เหลียน ครูใหญ่โรงเรียนประถม Holy Innocents’ Primary School ผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์ ผู้เน้นการสอนนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษโดยเฉพาะกลุ่มเรียนรู้ช้า ผู้ริเริ่มโครงการนำร่องด้วยการใช้ดนตรีบำบัดเพื่อสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ของผู้เรียน วิจัยและพัฒนาหลักสูตรเฉพาะสำหรับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ

9. สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ได้แก่ นางทราน ติ ตวย ดุง ครูใหญ่และครูสอนวิชาภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา ที่ Le Ngoc Han Primary School ผู้ริเริ่มทำให้เกิดต้นแบบโรงเรียนประถมรูปแบบใหม่ หรือ “เวียดนามนิวสคูลโมเดล” เผยแพร่ไปยังโรงเรียนประถมศึกษามากกว่า 3,000 แห่ง ผ่านระบบการจัดการที่มีความยืดหยุ่น เน้นทักษะชีวิต สร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ในชั้นเรียน และจัดชั้นเรียนแบบมีปฏิสัมพันธ์ ทำให้เกิดรูปแบบการเรียนการสอนที่ทันสมัย

10. ติมอร์เลสเต ได้แก่ นายจูลีโอ ไซเมน มาเดียรา ครูสอนในโรงเรียนระดับประถมและมัธยม ผู้ที่สามารถสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ให้แก่เด็กๆ ในชุมชน และสามารถดึงพลังการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นเข้าร่วมจัดการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี

11. ประเทศไทย ได้แก่ นายเฉลิมพร พงศ์ธีระวรรณ ครูเชี่ยวชาญกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา อ.เมืองฯ จ.สุราษฎร์ธานี ครูคนแรกของประเทศที่จะได้รับพระราชทานรางวัลนี้ เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์และเรียนรู้ผ่านการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ซึ่งผู้เรียนจะตั้งคำถามและหาคำตอบหรือแก้ปัญหาได้ด้วยตนเองจากสิ่งที่อยู่ในชุมชนจนประสบผลสำเร็จได้รับรางวัลในระดับนานาชาติเช่น การทำไบโอพลาสติกจากเกล็ดปลา ผลงานที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกรู้จักประเทศไทย จนมีการนำชื่อของนักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์พิทยาจำนวน 3 คน ไปตั้งชื่อดาวเคราะห์น้อย 3 ดวงที่พบใหม่ในระบบสุริยะจักรวาล

ทั้งนี้ ครูผู้สมควรได้รับรางวัลพระราชทานรางวัลทั้ง 11 ราย จะเข้ารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการในวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2558

สำหรับประเทศไทย นอกจากรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี 1 รางวัล ซึ่งครูผู้ได้รับรางวัลจะได้รับเงินรางวัลคนละ 10,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมด้วยเหรียญทองรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี โล่รางวัล เข็มเชิดชูเกียรติ และเกียรติบัตรแล้ว คณะกรรมการมูลนิธิรางวัลฯ ยังมีมติเห็นชอบให้มีการมอบรางวัลแก่ครูผู้ที่ผ่านกระบวนการคัดเลือกในระดับจังหวัดมาแล้วเป็นอย่างดี และได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการคัดเลือกส่วนกลางอีกจำนวน 3 รางวัลตามลำดับ ดังนี้

1. รางวัลคุณากร จำนวน 2 รางวัล ครูผู้ได้รางวัลจะได้รับเหรียญเงินมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เข็มเชิดชูเกียรติ และเกียรติบัตร คือ นายชาตรี สำราญ ครูเชี่ยวชาญ (ข้าราชการบำนาญ) จ.ยะลา “ครูผู้สร้างการเรียนรู้ ผู้อุทิศทั้งชีวิตเป็นครูทุกลมหายใจ” และนางณัชตา ธรรมธนาคม ครูนาฏศิลป์โรงเรียนศูนย์รวมน้ำใจ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ “ครูผู้ขุดเพชรในโคลนตม สร้างคนดีด้วยหัวใจ”

2. รางวัลครูยิ่งคุณ จำนวน 17 รางวัล ครูผู้ได้รางวัลจะได้รับเหรียญทองแดงมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เข็มเชิดชูเกียรติ และเกียรติบัตร

3. รางวัลครูขวัญศิษย์ จำนวน 144 รางวัล ครูผู้ได้รางวัลจะได้รับเข็มเชิดชูเกียรติ และเกียรติบัตร

โอกาสนี้ รมช.ศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และนายกมล ศิริบรรณ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา ร่วมแถลงข่าว และมอบดอกไม้แสดงความยินดีต่อนายเฉลิมพร พงศ์ธีระวรรณ ครูจากสุราษฎร์ธานีที่จะได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี รวมทั้งนายชาตรี สำราญ ครูเชี่ยวชาญ (ข้าราชการบำนาญ) จากยะลา และนางณัชตา ธรรมธนาคม ครูจากรุงเทพฯ ที่ได้รับรางวัลคุณากร หรือเหรียญเงินมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

ที่มา : สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

=ร่วมแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์=

แท็ก
แสดงเพิ่มเติม
Close

ตรวจพบโปรแกรมบล็อคโฆษณา

ได้โปรดสนับสนุนเราด้วยการอนุญาติให้โฆษณาแสดงเถอะจ้ะ เพราะมันคือค่าน้ำชากาแฟของเรา